แนวคิดการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนต้องศึกษาและวางแผนอย่างรอบด้าน

การสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากการวางเป้าหมาย เส้นชัย และวิสัยทัศน์ในระยะยาว อย่างที่เราเห็นว่าธุรกิจองค์กรต่างๆ มักมีการวางแผนล่วงหน้า 3-5 ปี ซึ่งเป้าหมายนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าในช่วง 3 ปีข้างหน้าธุรกิจของเราจะต้องเติบโตเท่าใดหรือมีบทบาทอย่างไรต่อสังคม จากนั้นจึงวางกลยุทธ์ต่อไปจากนั้นว่าเราต้องใช้เส้นทางใด รวมทั้งวางเป้าหมายทางธุรกิจของเราว่าต้องอยู่จุดใดในปีหน้าหรือเดือนหน้า

ข้อที่สอง ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในการทำธุรกิจไม่ได้อยู่ที่เราก้าวไปข้างหน้าได้เร็วกว่าใคร แต่อยู่ที่เราสามารถทำตามเป้าหมายเล็กใหญ่ที่วางไว้ได้หรือไม่

ข้อที่สาม ประเมินและเข้าใจศักยภาพของตัวเองเสมอ แน่นอนว่าการที่ธุรกิจของเราจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้นั้น เราต้องรู้กำลังและสภาพพื้นฐานของธุรกิจของเราด้วย ความเข้าใจ รู้ลึกรู้จริงในธุรกิจของเราจะทำให้เราสามารถปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม เหมือนกับการวิ่งมาราธอนที่มีอุปสรรค ทั้งสภาพอากาศ พื้นผิว และเกิดอุบัติเหตุเกิดได้เสมอ นักวิ่งจึงต้องปรับแผนการวิ่งให้เหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะหน้า

สุดท้าย การเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งสำคัญมากทั้งในสนามแข่งและสนามธุรกิจ ก่อนลงสนามแข่งนักวิ่งต้องเตรียมร่างกายให้มีความพร้อมถึงขีดสุดเพื่อคว้าชัยชนะและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ไม่ต่างอะไรกับการสร้างธุรกิจ เมื่อตัดสินใจเริ่มต้น ผู้ประกอบการจะต้องวางแผนเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุดในทุกด้าน และเตรียมรับมือความเสี่ยงทางธุรกิจด้วยเช่นกัน

ธุรกิจ ชีวิต และมาราธอนนั้นไม่ใช่การวิ่งระยะสั้นเหมือนวิ่งแข่ง 100 เมตรที่สามารถมองเห็นเส้นชัยและอุปสรรคทุกอย่างบนลู่วิ่งได้จากจุดเริ่มต้น แต่เป็นการเริ่มเดินไปบนเส้นทางที่ไม่สามารถมองเห็นจุดหมายได้จากจุดแรกเริ่ม โดยที่ผู้ชนะไม่ได้ตัดสินกันที่เราต้องไปเร็วกว่าหรืออึดกว่าใคร แต่อยู่ที่เราสามารถเดินตามเป้าหมายในระยะยาว ได้ตรงกับแผนที่วางไว้รึเปล่าเท่านั้นเอง

การศึกษาประเภทธุรกิจในการลงทุนสำหรับประเทศมีลักษณะเสรีและเป็นประเทศทุนนิยม

ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีธุรกิจจากนานาประเทศเข้ามาลงทุน ทั้งโดยการชักชวนจากรัฐบาลและโดยการที่กิจการเหล่านั้นเห็นโอกาสที่จะพึงขยายธุรกิจของตนในรูปแบบต่างๆในต่างประเทศ ในขณะที่มีธุรกิจไทยจำนวนไม่มากที่มีโอกาสไปดำเนินงานในต่างประเทศและประสบความสำเร็จมีผลประกอบการที่ดี สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างธุรกิจของประเทศต่างๆและเป็นที่น่าสนใจว่าเหตุใดบางประเทศจึงประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ และบางประเทศจึงไม่ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้แล้วถ้าพิจารณาให้ดีถึงในระดับมหภาคก็จะพบว่าแม้นักการเมืองหรือนักวิชาการจำนวนมากก็ยังสับสนกับการดำเนินงานของธุรกิจระหว่างประเทศที่มาจากต่างประเทศ กล่าวคือการที่ประเทศไทยเป็นประเทศเปิดมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทำให้ประเทศมีลักษณะเสรีและเป็นประเทศทุนนิยม มีการลงทุนของธุรกิจจากต่างประเทศจำนวนมากซึ่งก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ การดำรงชีวิตของประชาชนในประเทศที่มิได้อิงกับการเกษตรและผลผลิตในครัวเรือนดังเช่นแต่ก่อน แต่ต้องไปอิงกับการทำงานในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมและบริการเพิ่มมากขึ้น

เนื่องจากธุรกิจไทยเองไม่ประสบความสำเร็จในด้านการลงทุนขนาดใหญ่มากพอที่จะรองรับแรงงานทั้งในส่วนที่มีการศึกษาสูงและการศึกษาระดับพื้นฐาน ทำให้รัฐบาลต้องชักชวนธุรกิจจากประเทศอื่นให้เข้ามาลงทุนในประเทศ เพื่อก่อให้เกิดการไหลเข้าของเงินทุน การจ้างงานและผลผลิตออกสู่ตลาดโลก แต่ก็มีคนจำนวนมากที่กลัวธุรกิจจากต่างชาติเหล่านั้นและต่อต้าน ซึ่งเป็นความสับสนและขัดกันเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือผลจากการพัฒนาการศึกษาของประชาชนและพัฒนาการทางด้านมาตรฐานการยังชีพทำให้ประชาชนต้องเข้ามาสู่ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และภาคธุรกิจอุตสาหกรรมนั้นต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติทั้งด้านเงินทุน การบริหารจัดการและเทคโนโลยี แต่กลับมีผู้พยายามต่อต้านและสร้างกระแสชาตินิยมขึ้นทำให้ขัดกับโลกของความเป็นจริงที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่เป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับพม่าซึ่งปิดประเทศมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ประชาชนยังผูกพันกับเศรษฐกิจและการยังชีพแบบดั้งเดิม ทำให้ประชาชนยังไม่ต้องพึ่งพิงการลงทุนจากกต่างชาติมากนักซึ่งต่างจากสถานะของประเทศไทยในปัจจุบันมาก สิ่งหนึ่งซึ่งควรจะสร้างให้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้แก่ทำอย่างไรธุรกิจของไทยจึงจะสามารถออกไปแข่งขันในต่างประเทศได้ รวมทั้งแข่งขันหรือร่วมมือกับธุรกิจจากต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศด้วยวิธีบริหารจัดการที่ทันสมัยได้ มิใช่การสะกัดกั้นหรือต่อต้านธุรกิจจากต่างชาติเพราะกลัวสู้ไม่ได้โดยอาศัยกระแสชาตินิยม ซึ่งจะเป็นผลเสียหายต่อประเทศมากเมื่อมองในภาพรวมในระยะยาวแล้ว ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการที่ธุรกิจจะสามารถออกไปดำเนินงานในต่างประเทศได้แก่การที่ผู้บริหารมีความต้องการที่จะนำธุรกิจของตนเข้าสู่ธุรกิจระหว่างประเทศ

ทางการทำธุรกิจของตนเองเปิดโอกาสในการทำธุรกิจของคุณให้ประสบผลสำเร็จ

ได้รวบรวมแนวทางการทำธุรกิจของตนเอง และความรู้จากการอ่าน แม้กระทั้งแนวความคิดในการทำธุรกิจจากเพื่อนๆ ที่เป็นนักธุรกิจด้วยกัน มาไว้ที่นี่ แต่ต้องขอออกตัวก่อนนะว่า  ไม่ใช่นักธุรกิจที่เก่งกาจอะไรนัก เพียงแต่ชอบศึกษาและนำไปปติบัติ และลองผิดลองถูกมาโดยตลอด ธุรกิจที่ มีอยู่ในมือนั้น หลายๆ ธุรกิจเป็นธุรกิจขนาดเล็กไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ผลกำไรเป็นที่น่าพอใจ และธุรกิจทุกตัวไม่มีหนี้สินเลยแม้แต่บาทเดียว เพราะธุรกิจทุกอย่างใช้หลักการเดียวกันหมด นั้นคือ ถ้าคุณอยากทำธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ คุณต้องเรียนรู้ธุรกิจนั้นๆ ให้ลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่พอรู้และอยากทำเท่านั้น เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วมันจะยิ่งทำให้เป็นอุปสรรค และทำให้ธุรกิจของคุณล้มเหลวแบบไม่เป็นท่า

คนเราไม่ได้รู้อะไรเสียทุกอย่าง หรือบางครั้งทำเป็นไม่รู้เสียบ้าง เพื่อที่จะได้รับฝังความรู้ หรือความคิดของผู้อื่น และนำมาปรับใช้กับธุรกิจของเรา แต่ถ้าคุณไม่ฟังผู้อื่นเลย แล้วคิดว่าเราเก่งแล้ว หรือรู้มากแล้ว คุณมันก็เหมือนกับ น้ำเต็มแก้ว ไม่ว่าใครจะเติมน้ำลงในแก้วเท่าไรมันก็ไหลทิ้ง เพราะแก้วของคุณมันมีน้ำเต็มแล้ว ดังนั้นทำเป็นโง่บ้างก็ดีนะไม่น่าอายหลอก คุณต้องหัดเป็นคนที่ชอบอ่านให้ติดเป็นนิสัย เพราะความรู้มีอยู่มากมายในโลกนี้ จะเรียนเท่าไรก็เรียนไม่หมด มันจะมีความรู้ใหม่ๆ มาทำให้เราตื่นเต้นอยู่เสมอ ไม่ว่าหนังสืออะไรก็มีประโยชน์ทั้งนั้น เมื่อคุณได้อ่านหนังสือ หรือติดตามข่าวทั่วๆ ไป คุณก็จะรู้ความเคลื่อนไหวของตลาด แล้วคุณก็สามารถหาช่องทาง หรือโอกาสในการทำธุรกิจของคุณให้ประสบผลสำเร็จได้ไม่ยากนัก สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะสามารถทำให้คุณประสบความสำเร็จในธุรกิจของคุณเอง การที่เราได้พูดคุยกับคนที่ทำธุรกิจเดียวกัน หรือกับผู้รู้ต่างๆ มันทำให้เราได้ความคิดใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับธุรกิจของเรา แต่เราต้องเป็นผู้ฟังที่ดีด้วยนะ ไม่รู้ก็ต้องถามอย่างไปอาย หรือกลัวเขาว่าเราไม่เก่ง ถึงแม้จะโดนหัวเราะใส่บ้างแต่ก็ไม่สำคัญอะไร เพราะสิ่งที่เราจะได้กลับมานั้นมันคือ ประสบการณ์และความรู้ซึ้งเราหาซื้อไม่ได้

ภาคธุรกิจและภาคการศึกษาเริ่มนำ e-Learning มาใช้ในการเรียนการสอน

เทคโนโลยีสารสนเทศนั้นได้เข้ามามีบทบาทในแวดวงการศึกษานานหลายปีแล้วจนแยกกันไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร และน่าเป็นห่วงว่าโซลูชั่นที่ถูกนำมาใช้ในหลายรูปแบบจะได้ผลคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน ปมปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในวงการศึกษาบ้านเรา มีความเหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมแค่ไหน ผู้ใช้มีประสบการณ์และพร้อมที่จะรองรับเทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อให้ได้ผลคุ้มค่าสูงสุดหรือไม่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า การศึกษานั้นถือเป็นการลงทุนระยะยาว หากสิ่งดำเนินอยู่ทำแล้วไม่เกิดประโยชน์ หรือ ไม่คุ้มค่าก็ควรได้มีการทบทวน ถึงแม้สิ่งที่จะพูดถึงในบทความต่อไปนี้ แม้จะเป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ ทว่าผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษาควรได้สำเนียก และอย่าได้เพียงแค่มองผ่านเลย

e-Learningกับ การศึกษา

“e-Learning” คงไม่ใช่คำที่แปลกหูอีกต่อไป เนื่อจากในช่วงไม่กี่ปีมานี้สถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาคธุรกิจได้นำการเรียนการสอนแบบ e-Learning มาใช้กันมากขึ้น เพราะข้อดีที่สามารถเรียนรู้ได้ ทุกที่ ทุกเวลา เรียนได้ทุกคน เป็นมิติใหม่ในปัจจุบันทางการศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์ที่เติมเต็มการเรียนการสอนในห้องเรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก การนำข้อดีของเทคโนโลยีมาผสมผสานเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้และดำเนินชีวิตจึงน่าจะเป็นวิธีการที่น่าสนใจและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษาที่ต้องการให้ประชาชนคนไทยทุกคนมีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างทั่วถึงและเสมอภาคกัน และผลักดันให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาประเทศ

ในปัจจุบัน e-Learning เข้ามามีบทบาทต่อการศึกษาในประเทศไทยมากขึ้นเนื่องจากความจำเป็นในการกระจายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง การเข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี หลายองค์กรทั้งในภาคธุรกิจและภาคการศึกษาเริ่มนำ e-Learning มาใช้ในการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถของบุคลากร ทางบริษัทมีนโยบายให้พนักงานเข้าไปศึกษาข้อมูลและระบบการทำงานจาก e-Learning หลังจากนั้นจะมีการทดสอบเพื่อประเมินว่าพนักงานแต่ละคนได้เข้าไปศึกษาตามที่มอบหมายหรือไม่ ซึ่งมีผลต่อการประเมินการทำงานด้วย สำหรับสถาบันการศึกษาบางแห่งก็ได้มีการใช้ e-Learning เพื่อเสริมการเรียนการสอนในแบบปกติผู้เรียนจะสามารถเข้าไปเรียนรู้บทเรียนได้ในรูปแบบต่างๆ อาทิ เนื้อหาที่เป็นตัวอักษร ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอบันทึกการสอน ฯลฯ ซึ่งสามารถเปิดเรียนซ้ำไปซ้ำมาได้จนกว่าจะเข้าใจหรือหากยังมีข้อสงสัยจะติดต่อเพื่อคุยกับอาจารย์ผู้สอนได้ นอกจากนี้ยังมีการสั่งงานหรือการบ้านทางอีเมลล์อีกด้วย

การเรียนแบบ e-Learning เป็นการเพิ่มสีสันให้การเรียนมีความน่าสนใจ สามารถเรียนรู้ได้ในเวลาที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นเวลาใดหรือเรียนจากสถานที่ใดจะใช้เวลามาก-น้อยเพียงใดก็ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เรียน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายปฏิรูปการศึกษาที่ต้องการให้ผู้เรียนมีโอกาสได้เรียนตามอัธยาศัย ซึ่งจะเป็นการปูพื้นฐานให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้ในที่สุด

แฟรนไชส์ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาและสถาบันสอนภาษาต่างชาติ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง

ธุรกิจการศึกษาเพื่อเสริมความรู้และทักษะที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในรูปแบบแฟรนไชส์ที่ยังคงสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2557 ข้างหน้านี้ ประกอบไปด้วยธุรกิจในสองกลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา และธุรกิจสถาบันสอนภาษาต่างชาติ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

แฟรนไชส์ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา : จากฐานนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการเรียนกวดวิชาที่มีอยู่จำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับค่านิยมในการเรียนกวดวิชาเสริมสร้างความรู้และความมั่นใจเพื่อใช้ในการสอบวัดผลการเรียนในโรงเรียนและสอบแข่งขันเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย รวมถึงภาพลักษณ์ของการสรุปเนื้อหาอย่างตรงประเด็น สอนเทคนิคการทำข้อสอบ ใช้เวลาเรียนไม่มาก

โดยใช้เทคนิคการสอนที่เพลิดเพลิน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้แฟรนไชส์ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกปี โดยเจ้าของสิทธิแฟรนไชส์ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาล้วนแล้วแต่มีการปรับตัวทั้งในรูปแบบการรวมตัวกันเป็นคลัสเตอร์ ขยายสาขาไปต่างจังหวัด ปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับระบบ Admissions รวมถึงนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอน ยกตัวอย่างเช่น การจัดทำ Application เกี่ยวกับการเรียนการสอนผ่านทางสมาร์ทโฟน การเรียนส่วนตัวแบบออนไลน์ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง รวมถึงการใช้แท็บเล็ทประกอบการเรียนการสอน เป็นต้น

แฟรนไชส์ธุรกิจสถาบันสอนภาษาต่างชาติ : การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดให้แรงงานวิชาชีพที่เป็นคนไทยจำเป็นต้องพัฒนาทักษะภาษาต่างชาติเพื่อใช้ในการทำงานในประเทศกลุ่มอาเซียน รวมถึงผู้ประกอบการและพนักงานบริษัททั่วไปก็มีความจำเป็นต้องพัฒนาทักษะภาษาต่างชาติเพื่อรองรับการค้าและการลงทุนในอาเซียนที่จะขยายตัวด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ความนิยมของนักเรียนและนักศึกษาในการเลือกศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็นำมาซึ่งความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษของนักเรียนและนักศึกษา จึงกล่าวได้ว่า คนไทยยังมีความต้องการบริการพัฒนาศักยภาพในด้านภาษาต่างประเทศอยู่อีกมาก

ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการลงทุนแฟรนไชส์ธุรกิจสถาบันสอนภาษาต่างชาติ เพื่อรองรับความต้องการพัฒนาศักยภาพในด้านภาษาต่างประเทศดังกล่าว โดยเจ้าของสิทธิแฟรนไชส์ธุรกิจสถาบันสอนภาษาต่างชาติ ล้วนแล้วแต่มีการปรับตัวทั้งในรูปแบบมุ่งเน้นคุณภาพในการเรียนโดยผู้สอนชาวต่างชาติเจ้าของภาษา ความหลากหลายของหลักสูตร การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเรียน บริการแนะแนวการศึกษา การจัดกิจกรรมร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อจูงใจผู้เรียน เช่น การผ่อนชำระค่าเรียนได้ การให้ส่วนลดเมื่อแนะนำให้ผู้อื่นมาเรียน เป็นต้น