เมื่อเปิดการค้าเสรี AECธุรกิจน่าสนใจ ปี 2558

1. ธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ จากข้อมูลสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าอัตราผู้สูงอายุในไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นสินค้าเกี่ยวกับผู้สูงอายุจึงมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งสถานพยาบาลต่างๆก็จะมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นด้วย
สินค้าและบริการที่กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุ จึงเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมาก ถือเป็นอันดับต้นๆในขณะนี้ นึกออกหรือยังว่า สินค้าที่ผู้สูงอายุจำเป็นต้องใช้ หรืออยากจะใช้มีอะไรบ้าง

2. ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ และความงาม เนื่องจากปัจจุบันผู้คนทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น หากดูข้อมูลเชิงสถิติจากกระทรวงพานิชย์แล้วจะพบว่า ยอดขายสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ ความงาม อาหารเสริมต่างๆ ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ไทยยังเป็นทั้งแหล่งผลิตและนำเข้าสินค้าสุขภาพที่ได้มาตรฐานและมีความเจริญด้านสาธารณสุขในระดับแนวหน้าของภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นโอกาสที่จะขยายตลาดออกไปยังต่างประเทศจะทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้นเมื่อเข้าสู่ AEC (ความจริงมีผู้ประกอบการหลายรายลงมือลุยตลาดประเทศเพื่อนบ้านเราไปตั้งนานแล้ว) สินค้าด้านสุขภาพและความงามของไทยเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศใน AEC รวมทั้งลูกค้าชาวจีนด้วย นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย พร้อมกับต้องการที่จะมาใช้บริการทางด้านสุขภาพและความงามไปในตัว

3. ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) เป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่พ่วงกิจกรรมด้านสุขภาพไว้ด้วย การท่องเที่ยวในรูปแบบนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามกระแสการเอาใจใส่ดูแลด้านสุขภาพ ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน และหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียรวมทั้งประเทศไทย ต่างให้การส่งเสริมการขยายตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สำหรับประเทศไทยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนับเป็นช่องทางสำคัญที่สามารถเพิ่มพูนรายได้จำนวนมากเข้าประเทศ และมีโอกาสที่จะขยายตลาดรวมทั้งการลงทุนได้อย่างกว้างขวาง เมื่อมีการเปิดเสรีภาคบริการของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทั้งนี้โดยอาศัยความได้เปรียบด้านค่าใช้จ่ายในบริการทางการแพทย์ที่ถูกกว่า ด้วยมาตรฐานการรักษาในระดับสากล และความพร้อมในด้านทรัพยากรการท่องเที่ยว รวมทั้งบริการรองรับด้านการท่องเที่ยว

4. ธุรกิจอาหารราคามหาชน เนื่องจากเศรษฐกิจและสังคมเมืองที่มีอัตรการเติบโตขึ้นต่อเนื่อง วิถีชีวิตของคนเมืองที่ต้องรีบเร่งไปทำงาน การจราจรติดขัด ทำให้เวลาส่วนตัวน้อยลง อาหารที่ราคาถูกคุ้มค่า อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน เหมาะสำหรับคนทำงานประจำ จึงเป็นธุรกิจน่านสนใจในปี 2558 และในอนาคต สังเกตได้จากร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 มีอาหารสำเร็จรูป นำมาอุ่นในเตาไมโครเวฟพร้อมทานออกมาขายเป็นจำนวนมากและขายดีด้วย อีกทั้งต้นทุนในการเข้าสู่ธุรกิจอาหารยังต่ำ จึงยิ่งน่าสนใจสำหรับผู้มีทุนน้อย

5. ธุรกิจแฟรนไชส์ การเลือกลงทุนทำธุรกิจกับแฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงดีอยู่แล้ว ช่วยย่นเวลาในการบุกเบิกตลาดได้ เป็นธุรกิจที่น่าสนใจลงทุน หากแฟรนไชส์นั้นๆ มีระบบการจัดการที่ดี สามารถสร้างแบรนด์ให้ผู้บริโภคจดจำและเชื่อมั่นได้ ไปที่ไหนก็พบเจอสินค้า สามารถซื้อสินค้าและบริการนั้นได้ เกิดความเคยชินกับสินค้าและบริการแล้ว ผู้ร่วมธุรกิจเมื่อซื้อแฟรนไชส์มาแล้วจึงสามารถขายสินค้าและบริการได้ทันที แม้บางธุรกิจอาจจะกำไรน้อยกว่าทำเองแต่โอกาสอยู่รอดก็มีมากกว่า แต่ทั้งนี้ต้องเลือกลงทุนกับแฟรนไชส์ที่ดีเท่านั้น ต้องศึกษาอย่างระเอียดรอบคอบก่อนลงทุน

6. ธุรกิจการศึกษาเป็นอีกธุรกิจที่น่าลงทุนในปี 2558 และอนาคตที่จะเปิดเออีซี เพราะเมื่อมีแรงงานที่เปิดเสรีมากขึ้น การแข่งขันมากขึ้น ดังนั้นแล้วการศึกษาจึงสำคัญอย่างมาก ดังนั้นแล้วธุรกิจการศึกษาจึงต้องมีการแข่งขันและเป็นที่ต้องการของผู้คนที่ต้องการส่งบุตรหลานให้เรียนเพื่อสร้างโอกาสของตัวเองให้สูงขึ้น ธุรกิจด้านการศึกษาจึงน่าสนใจทีเดียว

7. ธุรกิจรีไซเคิลขยะ
เนื่องจากปัจจุบันการเติบโตของเมือง อุตสาหกรรมต่างๆ ขยายตัวอย่างมาก ทำให้เกิดของเสีย ขยะ ตามมามากมายหลายชนิด ต้องหาวิธีจำกัดหรือนำมาใช้ใหม่ ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสของผู้ที่สนใจลงทุนเป็นอย่างมาก ปัจจุบันยังมีผู้ประกอบการด้านนี้น้อย การจัดการของเสียอันตรายบางประเภทถึงกับไม่เพียงพอเลยก็มี หรือแม้แต่ขยะในบ้านเรายังเป็นปัญหาดังเป็นข่าวที่ผ่านมา

8. ธุรกิจพลังงานสีเขียว จากปัญหาเรื่องน้ำมันในตลาดโลกมีราคาแพงและประเทศไทยต้องเสียเงินตราต่างประเทศในการนำเข้าน้ำมัน ประกอบกับอัตราการใช้น้ำมันของประเทศไทย โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กล่าวคือ ความต้องการน้ำมันดีเซลเป็นปริมาณ 9,928 ล้านลิตร ในปี พ.ศ. 2533 และเพิ่มเป็น 18,273 ล้านลิตร ในปี พ.ศ. 2547 หรือเพิ่มขึ้นด้วยอัตราเฉลี่ยร้อยละ 4.5 ต่อปี การส่งเสริมและสนับสนุนใช้น้ำมันพืชซึ่งเป็นผลิตผลทางการเกษตรที่สามารถผลิตได้เองในประเทศมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน เป็นการรักษาเงินตราต่างประเทศ สร้างความมั่นคงและสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานของประเทศ อีกทั้งยังช่วยสร้างตลาดที่มั่นคงให้กับผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย

ธุรกิจพลังงานสีเขียวทางเลือกใหม่ให้กับประเทศ

61เนื่องจากประชากรโลกมีการตื่นตัวในเรื่องของปัญหาสภาพสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลังงานอย่างมหาศาลทั้งในภาคครัวเรือนและอุตสหากรรม อีกทั้งการมีอยู่จำกัดของทรัพย์กรที่นำมาใช้ผลิตพลังงาน ทำให้ต้นทุนมีราคาสูงขึ้นตามมาด้วย พลังงานทดแทนประเภทหมุนเวียนที่ใช้แล้วเกิดขึ้นใหม่ได้ตามธรรมชาติซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจึงเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะเป็นพลังงานที่สะอาด ปราศจากมลพิษ และเป็นพลังงานที่มีศักยภาพสูง ซึ่งกลุ่มธุรกิจพลังงานสีเขียวและพลังงานทดแทนเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีเป้าหมายเพื่อต้องการกระตุ้นให้ผู้บริโภคและประชาชนหันมาให้ความสนใจในการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น พลังงานสีเขียวจะเป็นพลังงานทางเลือกใหม่ให้กับประเทศในอนาคตมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้ประเทศพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ดังนั้นหากต้องการที่จะเห็นพลังงานสีเขียวพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกๆฝ่ายอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

ธุรกิจสีเขียวก็ยังคงเป็นหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการดำเนินธุรกิจของหลากหลายบริษัท ท่ามกลางข่าวร้ายเรื่องการสูญเสียธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยังคงได้ยินอยู่บ่อยๆ การทำธุรกิจสีเขียวจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ธุรกิจนั้นปรากฏถึงจุดยืนด้านเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่โดดเด่นท่ามกลางคู่แข่งได้เป็นอย่างดี และการนำเสนอการโฆษณาสินค้าสีเขียวนั้นก็ยังคงทรงพลังต่อผู้บริโภคอยู่เสมอ และอีกด้านหนึ่งธุรกิจสีเขียวนั้นหมายถึงการใช้และบริหารทุกทรัพยากรให้ถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่า เคียงคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อธุรกิจ และภาพพจน์อันดีต่อสังคมชุมชนที่ได้รับการจัดการที่ดีขึ้นควบคู่กันไปด้วย

การหันมาใช้พลังงานสีเขียว

1.เหมาะกับเป้าหมายในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และตรงกับมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมเชิงระบบขององค์กรระบบหนึ่ง
2.แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาสภาพแวดล้อม
3.เป็นการนำวาระท้องถิ่นและวัตถุประสงค์ของการพัฒนาที่ยั่งยืนมาใช้ในภาคปฏิบัติ
4.เป็นการสร้างงานในด้านการให้ความช่วยเหลือและส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
5.เพิ่มความปลอดภัยและลดการผันผวนที่เกิดขึ้นกับแหล่งพลังงานธรรมชาติ
6.พัฒนาคุณภาพสภาพอากาศ
7.หลีกเลี่ยงการลงโทษทางการเงินสำหรับการใช้พลังงานที่ก่อมลพิษ

การศึกษา กลยุทธ์การตลาดภายในร้านค้าปลีก

เครื่องมืออย่างหนึ่งที่ร้านที่ร้านค้าปลีกเช่นพวก ดิสเคาท์สโตร์ หรือ ไฮเปอร์มาร์เกต ซุปปอร์มาเกตหรือร้านสะดวกซื้อ ชอบใช้กันก็คือวิธีการบริหารจัดการหมวดหมู่สินค้าในร้านที่เรียกว่า แคธิกอรี่แมนเนจเมนต์ (Category Management) หรือที่ในวงการเรียกกันว่า แคทแมน (Cat. Man.) สาเหตุใหญ่สองประการที่ร้านค้าปลีกได้นำเอาแนวคิดของแคธิกอรี่ แมนแนจเมนต์มาใช้ก็คือ

1. การแข่งขันที่มีรุนแรงมากขึ้นในตลาดค้าปลีก ทำให้สินค้านั้นกระจายอยู่ทั่วตลาด
2. ความสับสนในการจับจ่ายของผู้บริโภคในช่องทางจัดจำหน่าย ไม่แน่ใจว่าควรจะซื้อสินค้าที่ไหนดี

เกิด อะไรขึ้นในตลาดจึงทำให้ผู้บริโภคสับสนในตัวของช่องทางการจัดจำหน่าย หากลองสังเกตดีๆ ก็จะพบว่าปัจจุบันลูกค้านั้นมีความสับสนในการซื้อสินค้าเนื่องเพราะในสมัย ก่อนนั้นร้านค้าที่ขายสินค้านั้นเคยแยกอยู่เป็นหมวดหมู่เช่นร้านขายยาก็ขาย สินค้าจำพวกยาและอุปกรณ์การแพทย์ ตลาดสดก็ขายสินค้าพวกอาหารสด ร้านขายเครื่องเขียนก็สินค้าเครื่องเขียน แต่ด้วยการแข่งขันกันแบบเอาเป็นเอาตายในธุรกิจร้านค้าปลีกนั้น ทำให้โรงงานหรือผู้ผลิตสินค้าเริ่มพยายามที่จะระบายสินค้าเข้าสู่ตลาดโดยไม่ จำกัดช่องทาง นั่นคือช่องทางไหนที่เข้าไปวางจำหน่ายได้และเกิดยอดขายก็ทำทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่นเราจะเห็นร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ในบ้านเรานั้นมีสินค้าประเภทอาหารขายมากขึ้นเรื่อยๆ หรือ ในแมคโครออฟฟิศก็ที่น่าจะเป็นสถานที่ขายสินค้าพวกอุปกรณ์และครื่องไม้ใช้สอย ในสำนักงานก็มีสินค้าจำพวกอาหารขายปะปนอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย ส่วนร้านซุปเปอร์มาเกตที่เน้นว่าจะขายสินค้าอาหารสด ก็มีอาหารปรุงสำเร็จหรือบางที่ก็มีร้านอาหารอยู่ข้างในเสียเลย สิ่งเหล่านี้แหละครับที่ทำให้ลูกค้าเริ่มสับสนเพราะตอนนี้สินค้าหลายๆชนิด นั้นสามารถหาซื้อได้ในร้านค้าในทุกรูปแบบ บางครั้งก็เกิดความสับสนว่าจะควรซื้อสินค้าในช่องทางไหนดีและเกิดคำถามว่าใน ช่องทางที่แปลกๆ ไม่เคยซื้อมาก่อนนั้นสินค้านั้นถึงแม้สินค้าจะเป็นแบรนด์เดียวกันแต่คุณภาพ จะเหมือนกันหรือไม่

การที่ร้านค้าจะลดความสับสนในการจับจ่ายของ ลูกค้าก็คือบริหารสินค้าในร้านค้าของให้เป็นหมวดหมู่ที่ชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคจดจำและง่ายที่จะซื้อสินค้า โดยการทำให้ผู้บริโภคนึกถึงสินค้าในสถานที่จัดจำหน่ายที่ควรจะเป็น และเมื่อไปก็มีสินค้านั้นขายแน่นอน มีขนาดสินค้าที่ต้องการ เมื่อเดินซื้อสินค้าก็ไม่เกิดความสับสนงุนงง แบ่งเป็นโซนที่ชัดเจน ร้านค้าหลายร้านหลังจากการทำแคธิกอรี่ แมนเนจเมนต์ ก็พบว่าร้านค้าในนั้นมีลูกค้ามาซื้อสินค้ามากขึ้น การบริหารสินค้าและสินค้าคงคลังก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น การบริหารระบบการหมุนเวียนของสินค้ามีมากขึ้นและแน่นอนสิ่งเหล่านี้ส่งผลถึง กำไรที่มากขึ้นตามไปด้วย

ความแตกต่างจากศตวรรษที่ 20 และ 19 ระบบการศึกษา

ความแตกต่างจากศตวรรษที่ 20 และ 19 ระบบการศึกษา
ระบบการศึกษา ต้องมีการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะความเป็นจริง ในประเทศสหรัฐอเมริกาแนวคิดเรื่อง “ทักษะแห่งอนาคตใหม่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21″ ได้ถูกพัฒนาขึ้นโดยภาคส่วนที่เกิดจากวงการนอกการศึกษาประกอบด้วย บริษัทเอกชนชั้นนำขนาดใหญ่ เช่น บริษัทแอปเปิ้ล บริษัทไมโครซอฟ บริษัทวอล์ดิสนีย์ องค์กรวิชาชีพระดับประเทศ และสำนักงานด้านการศึกษาของรัฐ รวมตัวและก่อตั้งเป็นเครือข่ายองค์กรความร่วมมือเพื่อทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

ความกังวลและเห็นความจำเป็นที่เยาวชนจะต้องมีทักษะสำหรับการออกไปดำรงชีวิตในโลกแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เปลี่ยนไปจากศตวรรษที่ 20 และ 19 จึงได้พัฒนาวิสัยทัศน์และกรอบความคิดเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ขึ้น สามารถสรุปทักษะสำคัญอย่างย่อๆ ที่เด็กและเยาวชนควรมีได้ว่า

ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม หรือ 3R และ 4Cซึ่งมีองค์ประกอบ ดังนี้

  1. 3 R ได้แก่ Reading (การอ่าน) การเขียน(Writing) และคณิตศาสตร์ (Arithmetic)
  2. 4 C ได้แก่ Critical Thinking – การคิดวิเคราะห์ Communication- การสื่อสาร Collaboration-การร่วมมือ และ Creativity-ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงทักษะชีวิตและอาชีพ และทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี และการบริหารจัดการด้านการศึกษาแบบใหม่

กรอบความคิดข้างต้นจำเป็น ต้องมีระบบสนับสนุนการศึกษาที่จำเป็น ได้แก่มาตรฐานการเรียนรู้การประเมินผล หลักสูตรและวิธีการสอน การพัฒนาวิชาชีพและบรรยากาศการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้มากขึ้นและจบการศึกษาออกไปด้วยความพร้อมที่จะประสบความสำเร็จในเศรษฐกิจโลกของทุกวันนี้   การพัฒนากรอบความคิดที่ครอบคลุมเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 นั้นจำเป็นจะต้องสร้างระบบส่งเสริมเพิ่มขึ้นจากทักษะเฉพาะด้าน องค์ความรู้ ความชำนาญการ และความสามารถในการเรียนรู้ด้านต่างๆ เพื่อช่วยให้นักเรียนรอบรู้ มีความสามารถที่จำเป็นและหลากหลาย

ระบบส่งเสริมให้นักเรียนได้รอบรู้ทักษะการเรียนรู้ที่สำคัญ ในศตวรรษที่21 ไว้ด้วยกัน 5 ระบบดังนี้

  1. มาตรฐานการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
  2. การประเมินผลทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
  3. หลักสูตรและวิธีการสอนในศตวรรษที่ 21
  4. การพัฒนาวิชาชีพในศตวรรษที่21
  5. บรรยากาศการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

การศึกษาธุรกิจออนไลน์ที่มีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นเป็นทวีคูณ

Start-Your-Own-Businessปัจจุบันนี้ธุรกิจทุกอย่างที่เราต้องการโปรโมท, ขาย, กระจายสินค้า, แนะนำสินค้าต่างๆในระบบของการทำงานด้านอินเตอร์เน็ตโดยใช้รูปแบบของวิธีการทำงานต่างๆหลากหลาย เช่น ทำแบนเนอร์ , ทำเว็บ, ทำบทความ ,การทำยูทูป หรือการลงโฆษณาตามเว็บดังต่างๆ เพื่อให้ผู้คนที่สนใจหรือมีความต้องการอยู่แล้วเข้ามาชมและซื้อสินค้ากับเรา ซึงจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายหรืออย่างเพียงแค่คุณมีอินเตอร์เน็ต รวมถึงการสร้างหน้าร้านได้มากมายตลอดเวลา อีกทั้งยังมีระบบโซเชียลเน็ตเวริค์ ที่เป็นการประสานงานทางลูกค้าได้แบบทันทีและรวดเร็วอีกทางหนึ่งด้วย ได้แก่ facebook , tawitter, อินสตาแกรม และอื่นๆอีกมากมาย ที่เราสามารถใช้สิ่งเหล่าเป็นการตลาดทำธุรกิจออนไลน์ได้ทุกที่และทุกเวลา

ในอดีตที่ผ่านมาธุรกิจหลายๆประเภทรวมถึงธุรกิจซื้อมาขายไป จะต้องเริ่มต้นด้วยมีสำนักงาน มีพนักงานขายเพื่อออกตลาดหาลูกค้า มีแผนกจัดส่งสินค้า กว่าจะเติบโตได้ต้องใช้ทั้งเงินทุนและเวลานานพอสมควรจึงจะเป็นที่รู้จักของลูกค้า ปัจจุบันการเริ่มธุรกิจไม่มีความจำเป็นจะต้องกระทำดังเช่นที่กล่าวมา เพียงมีอินเตอร์เน็ตภายในบ้านก็สามารถเริ่มต้นทำธุรกิจได้แล้ว เพราะในระบบออนไลน์มีผู้ซื้ออยู่มากมายและมีมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ผู้ขายก็มีอยู่ไม่น้อย อินเตอร์เน็ตกลายเป็นตลาดที่ใหญ่มหาศาลมากกว่าตลาดในอดีตอย่างมากมายและเป็นตลาดที่ไม่ต้องก้าวเดินออกจากบ้านเพื่อไปพบลูกค้า เพื่อไปดูสินค้า เพียงใช้สื่ออินเตอร์เน็ตให้เป็นธุรกิจของคุณก็เริ่มขึ้นได้แล้ว

รูปแบบการทำธุรกิจออนไลน์นั้นมีโมเดลธุรกิจที่ง่ายกว่าและใช้เวลาในการศึกษาและเริ่มต้นที่รวดเร็ว และที่สำคัญเป็นธุรกิจที่สามารถทำเงินออนไลน์ได้จริงด้วยระบบทํางานผ่านเน็ต 100% ที่ไม่ขายสินค้า, ไม่เดินทางอบรม, ไม่ชวนคนอีกต่างหาก และเป็นธุรกิจระยะยาวอีกด้วย ทั้งในไทยและต่างประเทศมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องและจากปัจจัยสนับสนุนด้านอื่นทั้งจากจำนวนคนใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นแล้ว การเปิดตัวบริการบัตรเครดิต หรืออีแบงกิ้งของบรรดาธนาคารยักษ์ใหญ่ต่างๆ ก็ถือว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดธุรกิจออนไลน์ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การจัดโปรโมชั่นใช้บัตรเครดิตชำระสินค้า สามารถผ่อนได้ 0% หรือใช้แลกสะสมแต้ม เป็นต้น

การทำธุรกิจออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์นั้นโดยมากจะเป็นการขายสินค้าผ่านออนไลน์ ถ้าคุณมีสินค้าพร้อมอยู่แล้วและเมื่อคิดจะเริ่มธุรกิจลักษณะนี้ สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ควรมี หนีไม่พ้นเลยก็คือเว็บไซต์ของตัวคุณหรือเปิดขึ้นมาในนามร้านค้าของเราก็ได้ เพราะการมีเว็บไซต์เป็นหลักแหล่งเป็นตัวช่วยเรียกความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือในตัวสินค้าจากลูกค้าได้ อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการทุกๆส่วนได้ด้วยตัวเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนบางคนอาจจะต้องอาศัยการจ้างทำเว็บไซต์ เนื่องจากการทำเว็บไซต์ด้วยตัวเองยังเป็นเรื่องยาก ส่วนเรื่องราคาก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับระบบต่างๆที่เราต้องการนำเสนอให้ลูกค้าได้เห็น