ความแตกต่างจากศตวรรษที่ 20 และ 19 ระบบการศึกษา

ความแตกต่างจากศตวรรษที่ 20 และ 19 ระบบการศึกษา
ระบบการศึกษา ต้องมีการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะความเป็นจริง ในประเทศสหรัฐอเมริกาแนวคิดเรื่อง “ทักษะแห่งอนาคตใหม่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21″ ได้ถูกพัฒนาขึ้นโดยภาคส่วนที่เกิดจากวงการนอกการศึกษาประกอบด้วย บริษัทเอกชนชั้นนำขนาดใหญ่ เช่น บริษัทแอปเปิ้ล บริษัทไมโครซอฟ บริษัทวอล์ดิสนีย์ องค์กรวิชาชีพระดับประเทศ และสำนักงานด้านการศึกษาของรัฐ รวมตัวและก่อตั้งเป็นเครือข่ายองค์กรความร่วมมือเพื่อทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

ความกังวลและเห็นความจำเป็นที่เยาวชนจะต้องมีทักษะสำหรับการออกไปดำรงชีวิตในโลกแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เปลี่ยนไปจากศตวรรษที่ 20 และ 19 จึงได้พัฒนาวิสัยทัศน์และกรอบความคิดเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ขึ้น สามารถสรุปทักษะสำคัญอย่างย่อๆ ที่เด็กและเยาวชนควรมีได้ว่า

ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม หรือ 3R และ 4Cซึ่งมีองค์ประกอบ ดังนี้

  1. 3 R ได้แก่ Reading (การอ่าน) การเขียน(Writing) และคณิตศาสตร์ (Arithmetic)
  2. 4 C ได้แก่ Critical Thinking – การคิดวิเคราะห์ Communication- การสื่อสาร Collaboration-การร่วมมือ และ Creativity-ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงทักษะชีวิตและอาชีพ และทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี และการบริหารจัดการด้านการศึกษาแบบใหม่

กรอบความคิดข้างต้นจำเป็น ต้องมีระบบสนับสนุนการศึกษาที่จำเป็น ได้แก่มาตรฐานการเรียนรู้การประเมินผล หลักสูตรและวิธีการสอน การพัฒนาวิชาชีพและบรรยากาศการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้มากขึ้นและจบการศึกษาออกไปด้วยความพร้อมที่จะประสบความสำเร็จในเศรษฐกิจโลกของทุกวันนี้   การพัฒนากรอบความคิดที่ครอบคลุมเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 นั้นจำเป็นจะต้องสร้างระบบส่งเสริมเพิ่มขึ้นจากทักษะเฉพาะด้าน องค์ความรู้ ความชำนาญการ และความสามารถในการเรียนรู้ด้านต่างๆ เพื่อช่วยให้นักเรียนรอบรู้ มีความสามารถที่จำเป็นและหลากหลาย

ระบบส่งเสริมให้นักเรียนได้รอบรู้ทักษะการเรียนรู้ที่สำคัญ ในศตวรรษที่21 ไว้ด้วยกัน 5 ระบบดังนี้

  1. มาตรฐานการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
  2. การประเมินผลทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
  3. หลักสูตรและวิธีการสอนในศตวรรษที่ 21
  4. การพัฒนาวิชาชีพในศตวรรษที่21
  5. บรรยากาศการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

การศึกษาธุรกิจออนไลน์ที่มีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นเป็นทวีคูณ

Start-Your-Own-Businessปัจจุบันนี้ธุรกิจทุกอย่างที่เราต้องการโปรโมท, ขาย, กระจายสินค้า, แนะนำสินค้าต่างๆในระบบของการทำงานด้านอินเตอร์เน็ตโดยใช้รูปแบบของวิธีการทำงานต่างๆหลากหลาย เช่น ทำแบนเนอร์ , ทำเว็บ, ทำบทความ ,การทำยูทูป หรือการลงโฆษณาตามเว็บดังต่างๆ เพื่อให้ผู้คนที่สนใจหรือมีความต้องการอยู่แล้วเข้ามาชมและซื้อสินค้ากับเรา ซึงจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายหรืออย่างเพียงแค่คุณมีอินเตอร์เน็ต รวมถึงการสร้างหน้าร้านได้มากมายตลอดเวลา อีกทั้งยังมีระบบโซเชียลเน็ตเวริค์ ที่เป็นการประสานงานทางลูกค้าได้แบบทันทีและรวดเร็วอีกทางหนึ่งด้วย ได้แก่ facebook , tawitter, อินสตาแกรม และอื่นๆอีกมากมาย ที่เราสามารถใช้สิ่งเหล่าเป็นการตลาดทำธุรกิจออนไลน์ได้ทุกที่และทุกเวลา

ในอดีตที่ผ่านมาธุรกิจหลายๆประเภทรวมถึงธุรกิจซื้อมาขายไป จะต้องเริ่มต้นด้วยมีสำนักงาน มีพนักงานขายเพื่อออกตลาดหาลูกค้า มีแผนกจัดส่งสินค้า กว่าจะเติบโตได้ต้องใช้ทั้งเงินทุนและเวลานานพอสมควรจึงจะเป็นที่รู้จักของลูกค้า ปัจจุบันการเริ่มธุรกิจไม่มีความจำเป็นจะต้องกระทำดังเช่นที่กล่าวมา เพียงมีอินเตอร์เน็ตภายในบ้านก็สามารถเริ่มต้นทำธุรกิจได้แล้ว เพราะในระบบออนไลน์มีผู้ซื้ออยู่มากมายและมีมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ผู้ขายก็มีอยู่ไม่น้อย อินเตอร์เน็ตกลายเป็นตลาดที่ใหญ่มหาศาลมากกว่าตลาดในอดีตอย่างมากมายและเป็นตลาดที่ไม่ต้องก้าวเดินออกจากบ้านเพื่อไปพบลูกค้า เพื่อไปดูสินค้า เพียงใช้สื่ออินเตอร์เน็ตให้เป็นธุรกิจของคุณก็เริ่มขึ้นได้แล้ว

รูปแบบการทำธุรกิจออนไลน์นั้นมีโมเดลธุรกิจที่ง่ายกว่าและใช้เวลาในการศึกษาและเริ่มต้นที่รวดเร็ว และที่สำคัญเป็นธุรกิจที่สามารถทำเงินออนไลน์ได้จริงด้วยระบบทํางานผ่านเน็ต 100% ที่ไม่ขายสินค้า, ไม่เดินทางอบรม, ไม่ชวนคนอีกต่างหาก และเป็นธุรกิจระยะยาวอีกด้วย ทั้งในไทยและต่างประเทศมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องและจากปัจจัยสนับสนุนด้านอื่นทั้งจากจำนวนคนใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นแล้ว การเปิดตัวบริการบัตรเครดิต หรืออีแบงกิ้งของบรรดาธนาคารยักษ์ใหญ่ต่างๆ ก็ถือว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดธุรกิจออนไลน์ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การจัดโปรโมชั่นใช้บัตรเครดิตชำระสินค้า สามารถผ่อนได้ 0% หรือใช้แลกสะสมแต้ม เป็นต้น

การทำธุรกิจออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์นั้นโดยมากจะเป็นการขายสินค้าผ่านออนไลน์ ถ้าคุณมีสินค้าพร้อมอยู่แล้วและเมื่อคิดจะเริ่มธุรกิจลักษณะนี้ สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ควรมี หนีไม่พ้นเลยก็คือเว็บไซต์ของตัวคุณหรือเปิดขึ้นมาในนามร้านค้าของเราก็ได้ เพราะการมีเว็บไซต์เป็นหลักแหล่งเป็นตัวช่วยเรียกความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือในตัวสินค้าจากลูกค้าได้ อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการทุกๆส่วนได้ด้วยตัวเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนบางคนอาจจะต้องอาศัยการจ้างทำเว็บไซต์ เนื่องจากการทำเว็บไซต์ด้วยตัวเองยังเป็นเรื่องยาก ส่วนเรื่องราคาก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับระบบต่างๆที่เราต้องการนำเสนอให้ลูกค้าได้เห็น

แนวทางการดำเนินงานด้านการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

จากกระแสโลกาภิวัตน์และสภาพปัญหาในด้านคุณภาพการศึกษา จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพของนักเรียนเป็นสำคัญเพื่อให้สามารถเผชิญปัญหาและการเปลี่ยนแปลง และสามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างดีมีความสุข โดยสิ่งสำคัญต้องได้รับการพัฒนาในทันที ได้แก่ หลักสูตร ครูและบุคลากรทางการศึกษา กระบวนการเรียนการสอน และการบริหารจัดการ โดยมีการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นกลไกสำคัญผลักดันให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญคือ การยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนบนพื้นฐานของวัฒนธรรมไทยให้มีมาตรฐานสูงขึ้น มีคุณภาพในระดับสากลและมีชีวิตอยู่ในสังคมโลกได้อย่างมีความสุขในแต่ละด้าน ดังนี้

– การพัฒนาหลักสูตร หลักสูตรการศึกษาจะต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนที่สมบูรณ์จะต้องมีลักษณะกว้าง ยืดหยุ่น และมีความเป็นสากลทัดเทียมมาตรฐานโลก โดยเนื้อหาต้องเชื่อมโยงและต่อเนื่องกันทุกระดับ ทั้งด้านความรู้ความสามารถ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจะต้องเปิดโอกาสให้ชุมชนหรือสังคมมีส่วนร่วมในการกำหนดและพัฒนาหลักสูตร ให้ยืดหยุ่นและหลากหลายสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ที่เป็นจริงของชุมชน สังคมและการประกอบอาชีพในท้องถิ่น

– การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นกลุ่มบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง จะต้องเป็นผู้ที่มีทั้งความรู้และความสามารถและเทคนิควิธีในการปฏิบัติวิชาชีพที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางได้รับการพัฒนาให้มีคุณธรรมมีความสำนึกและมีจิตวิญญาณของความเป็นครูมีความเอื้ออาทรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยมุ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน

– การพัฒนากระบวนการเรียนการสอน เป็นกระบวนการนำหลักสูตรไปปฏิบัติจริงให้บรรลุผลเป็นขั้นตอนสำคัญที่ครูจะต้องดำเนินการให้ผู้เรียนได้พัฒนาขีดความสามารถของตนได้เต็มตามศักยภาพและให้เป็นผู้รู้จักคิด วิเคราะห์ใช้เหตุและผลเชิงวิทยาศาสตร์ มีความคิดรวบยอด รักการเรียนรู้ รู้วิธีการและสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

– การปรับปรุงระบบการบริหารการศึกษา เป็นกระบวนการส่งเสริมสนับสนุนอำนวยความสะดวกให้การดำเนินงานการศึกษาในด้านต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้บริหารการศึกษาจะต้องพัฒนาระบบการบริหารและการจัดการ

นอกจากนั้นแล้วการสร้างความเข้มแข็งของภาคีต่างๆ ให้มีส่วนร่วมในการบริหารการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นครู ผู้ปกครอง สถาบันศาสนา และชุมชน ให้มีการประสานงานกันเพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่นักเรียน นักศึกษา ระดับต่างๆ รวมทั้งร่วมกันวางแผนจัดการเรียนการสอนโดยการบูรณาการความรู้ ทักษะ ในด้านคุณธรรมจริยธรรมเข้ามาในหลักสูตรการสอนอย่างผสมกลมกลืนก็จะช่วยให้การจัดการศึกษานั้นพัฒนาไปอย่างอย่างยั่งยืนได้

 

เรียนบริหารธุรกิจดีอย่างไร ทำงานอาชีพใดได้บ้าง?

การศึกษาด้านธุรกิจระหว่างประเทศ เป็นสาขาในฝันของใครหลายคน สาขานี้ทำให้เกิดนักธุรกิจระหว่างประเทศรุ่นใหม่ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ทางธุรกิจ มีแนวคิดทางด้านการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศอย่างมีระบบ คนที่เรียนทางด้านสายนี้จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง จึงเหมาะกับผู้ที่ชอบการเดินทางเป็นพิเศษ ซึ่งอาชีพส่วนใหญ่จะทำเกี่ยวกับนักวิชาการ นักวิจัยด้านการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ นักธุรกิจด้านการนำเข้า และส่งออก

ผู้ที่จบทางด้านนี้สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลาย โดยเน้นไปที่บริษัทที่มีการส่งออกหรือนำเข้า โดยสามารถทำงานได้หลายตำแหน่งเช่น การตลาด การจัดการ ประสานงานต่างประเทศหรือทำเกี่ยวกับการขนส่งระบบขนส่งระหว่างประเทศก็ได้ หรือบางคนก็ไปทำงานต่างประเทศก็ได้เช่นกัน หรือถ้าอยากทำงานสายตรงๆเลย ที่ทำได้ก็จะอยู่ในฝ่ายพิธีการทางศุลกากร การนำเข้า-ส่งออก ซึ่งมีขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่การสั่งคำสั่งซื้อ หรือการทำใบภาษี ตรวจสินค้า การทำงานในสายงานนี้ค่อนข้างจะจุกจิกและมีพิธีการของสินค้าแต่ละอย่างแตกต่างกันอย่างมากมาย

เราสามารถทำในสายอาชีพบริหารธุรกิจทุกๆสายได้ หากตอนนั้นเราเลือกได้แล้วว่าจะทำในสายอาชีพไหน ส่วนใหญ่ถ้าอยากก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อาจจะต้องเรียนในระดับปริญญาโทต่อไป ซึ่งจะมีความเฉพาะด้านของสาขาธุรกิจระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้นอีก การเรียนปริญญาตรีส่วนใหญ่จะเป็นการปูพื้นฐาน เตรียมวุฒิภาวะของเรา แนวคิดต่างๆด้านธุรกิจและการระหว่างประเทศ ส่วนนสายนำเข้า-ส่งออก หลักๆก็จะมีตั้งแต่ฝ่ายขาย ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายติดต่อประสานงาน ฝ่ายพิธีการทางศุลกากร การนำเข้า-ส่งออก

ในปัจจุบันมีหลากหลายสถาบันที่เปิดสอน ไม่ว่าจะเป็นทั้งภาครัฐหรือเอกชน รองรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่ออย่างเพียงพอ และหากมีความตั้งใจในสาขาที่เรียนจริงๆ ย่อมประสบความสำเร็จได้แน่นอน และไม่เพียงแต่จะเลือกทำงานได้หลายสายแล้ว ยังประกอบธุรกิจส่วนตัวของตนเองอย่างชำนาญกว่าสาขาอื่นๆด้วย เพราะสามารถนำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจให้ไปในทางที่ดี จะเห็นได้จากนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ และต่างเรียนในสาขาบริหารธุรกิจอีกด้วย

ธุรกิจการให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ

ธุรกิจการให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ

บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ หรือเรียกกันในวงการว่าเอเย่นต์ หรือตัวแทน เป็นธุรกิจบริการทางการศึกษาที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นตัวแทนและเป็นตัวกลางระหว่างมหาวิทยาลัยในต่างประเทศกับนักเรียน คือมีหน้าที่ให้บริการทั้งนักเรียน และมหาวิทยาลัยเป็นจุดเชื่อมให้มหาวิทยาลัยพบกับนักเรียน ในประเทศไทยมีตัวแทนให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศกว่า 50 แห่ง

หน้าที่ของผู้ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ คือให้ข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย และหลักสูตรการเรียนการสอน เสนอทางเลือกที่เหมาะสมให้กับนักเรียน ในด้านวิชาที่ชอบและอยากเรียน มหาวิทยาลัยที่เลือกไปเรียน และดำเนินการสมัครเข้าเรียน และติดตามผลตอบรับจากมหาวิทยาลัยนั้นๆ พูดง่ายๆ เหมือนให้เอเยนต์นั้นๆ เป็นตัวแทนในการดำเนินการติดต่อประสานงานกับมหาวิทยาลัยปลายทางแทนนักเรียนตลอดกระบวนการ ส่วนการบริการที่เอเยนต์มีให้มหาวิทยาลัย คือการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่มีความร่วมมือกันจัดกิจกรรมต่างๆ จัดสัมภาษณ์อำนวยความสะดวกให้มหาวิทยาลัยเมื่อมาเมืองไทย สถาบันการศึกษาจากหลากหลายประเทศที่แพร่หลาย เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกา แคนาดาสำหรับตลาดระดับปริญญาโท และปริญญาตรี นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ สำหรับตลาดระดับมัธยมหรือ การเรียนภาษาอังกฤษช่วงปิดภาคเรียน นอกจากนี้ก็ยังมีตลาดเฉพาะสาขาวิชา เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ เอเยนต์จะสรุปเป็นแผนการเรียนให้เลือก จากนั้นก็เป็นการเตรียมใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัคร เมื่อส่งใบสมัครไปแล้วก็จะประสานงานติดตามผลการสมัครกับมหาวิทยาลัย เมื่อได้ผลตอบรับมาแล้วก็เป็นขั้นตอนการชำระค่ามัดจำหลักสูตร และหลักสูตรภาษาอังกฤษกรณีรับแบบมีเงื่อนไข จองหอพัก จากนั้นเป็นการเตรียมตัวก่อนเดินทาง ประกอบด้วยการตรวจเช็คเอกสารเพื่อยื่นวีซ่า การเตรียมสัมภาระ แนะแนวเกร็ดการใช้ชีวิตต่างแดน ฯลฯ หน้าที่ของของเอเยนต์จะจบลงเมื่อนักเรียนเดินทางไปถึงและเข้าชั้นเรียน

การใช้วิจารณญาณตัดสินใจในเรื่องต่างๆ จึงได้ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษไปจนถึงการส่งน้องๆ ให้ถึงฝั่งคือเข้ามหาวิทยาลัยที่เหมาะกับความสามารถ คุณสมบัติ และไลฟ์สไตล์ของตน” ทั้งนี้ หากผู้ปกครองและเยาวชนสนใจจะเลือกใช้บริการแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศจากหน่วยงานใดนั้น คงจะต้องพิจารณาถึงประสบการณ์ เครือข่ายสถาบันการศึกษาที่มี ความน่าเชื่อถือ และผลงานที่ผ่านมาของหน่วยงานนั้น ๆ ก่อนในเบื้องต้น