ธุรกิจการให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ

ธุรกิจการให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ

บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ หรือเรียกกันในวงการว่าเอเย่นต์ หรือตัวแทน เป็นธุรกิจบริการทางการศึกษาที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นตัวแทนและเป็นตัวกลางระหว่างมหาวิทยาลัยในต่างประเทศกับนักเรียน คือมีหน้าที่ให้บริการทั้งนักเรียน และมหาวิทยาลัยเป็นจุดเชื่อมให้มหาวิทยาลัยพบกับนักเรียน ในประเทศไทยมีตัวแทนให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศกว่า 50 แห่ง

หน้าที่ของผู้ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ คือให้ข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย และหลักสูตรการเรียนการสอน เสนอทางเลือกที่เหมาะสมให้กับนักเรียน ในด้านวิชาที่ชอบและอยากเรียน มหาวิทยาลัยที่เลือกไปเรียน และดำเนินการสมัครเข้าเรียน และติดตามผลตอบรับจากมหาวิทยาลัยนั้นๆ พูดง่ายๆ เหมือนให้เอเยนต์นั้นๆ เป็นตัวแทนในการดำเนินการติดต่อประสานงานกับมหาวิทยาลัยปลายทางแทนนักเรียนตลอดกระบวนการ ส่วนการบริการที่เอเยนต์มีให้มหาวิทยาลัย คือการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่มีความร่วมมือกันจัดกิจกรรมต่างๆ จัดสัมภาษณ์อำนวยความสะดวกให้มหาวิทยาลัยเมื่อมาเมืองไทย สถาบันการศึกษาจากหลากหลายประเทศที่แพร่หลาย เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกา แคนาดาสำหรับตลาดระดับปริญญาโท และปริญญาตรี นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ สำหรับตลาดระดับมัธยมหรือ การเรียนภาษาอังกฤษช่วงปิดภาคเรียน นอกจากนี้ก็ยังมีตลาดเฉพาะสาขาวิชา เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ เอเยนต์จะสรุปเป็นแผนการเรียนให้เลือก จากนั้นก็เป็นการเตรียมใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัคร เมื่อส่งใบสมัครไปแล้วก็จะประสานงานติดตามผลการสมัครกับมหาวิทยาลัย เมื่อได้ผลตอบรับมาแล้วก็เป็นขั้นตอนการชำระค่ามัดจำหลักสูตร และหลักสูตรภาษาอังกฤษกรณีรับแบบมีเงื่อนไข จองหอพัก จากนั้นเป็นการเตรียมตัวก่อนเดินทาง ประกอบด้วยการตรวจเช็คเอกสารเพื่อยื่นวีซ่า การเตรียมสัมภาระ แนะแนวเกร็ดการใช้ชีวิตต่างแดน ฯลฯ หน้าที่ของของเอเยนต์จะจบลงเมื่อนักเรียนเดินทางไปถึงและเข้าชั้นเรียน

การใช้วิจารณญาณตัดสินใจในเรื่องต่างๆ จึงได้ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษไปจนถึงการส่งน้องๆ ให้ถึงฝั่งคือเข้ามหาวิทยาลัยที่เหมาะกับความสามารถ คุณสมบัติ และไลฟ์สไตล์ของตน” ทั้งนี้ หากผู้ปกครองและเยาวชนสนใจจะเลือกใช้บริการแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศจากหน่วยงานใดนั้น คงจะต้องพิจารณาถึงประสบการณ์ เครือข่ายสถาบันการศึกษาที่มี ความน่าเชื่อถือ และผลงานที่ผ่านมาของหน่วยงานนั้น ๆ ก่อนในเบื้องต้น

การศึกษากิจกรรมธุรกิจชุมชนที่พึ่งพาตนเองได้

การดำเนินกิจกรรมโดยอาศัยปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ในท้องถิ่นเป็นหลัก เป็นกิจกรรมที่เป็นทั้งการผลิตและการบริการที่เกื้อกูลกัน เหมาะสมต่อวิถีชีวิต ตลอดจนระบบนิเวศของแต่ละชมชน ธุรกิจชุมชนเกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก โดยมุ่งหวังให้สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในกระบานการตัดสินในทุกขั้นตอนตั้งแต่การทำการผลิตไปจนถึงการจัดจำหน่าย เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ในชมชน และเพื่อให้ชาวบ้านมีความพร้อมที่จะพึ่งพาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนอันประกอบด้วย กิจกรรมทางการผลิต กิจกรรมทางการขายผลผลิต กิจกรรมการซื้อ และการบริโภคของชุมชน จะเห็นได้ว่าชุมชนซึ่งเป็นรากฐานของชนบทไทยจะเข้มแข็งได้นั้น ชุมชนจะต้องยืนหยัดด้วยลำแข้งของชุมชนเองโดยอาศัยความร่วมมือหรือการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในอันที่จะพัฒนากลุ่มธุรกิจของชุมชนที่จัดตั้งขึ้นให้มีความเจริญเติบโต

ยังคงมีธุรกิจชุมชนในบางแห่งการประสบความสำเร็จและสามารถพัฒนาให้ดำรงอยู่ โดยสามารถแสวงหาทุน วัตถุดิบ แรงงาน เทคโนโลยี ทักษะทางการผลิตและยุทธศาสตร์ทางธุรกิจที่อยู่ภายใต้การตัดสินใจของสมาชิกในชุมชน เกิดกระบวนการเรียนรู้และฝึกสอนกันเองระหว่างชาวบ้าน จนสามารถสร้างเป็นเครือข่ายการเรียนรู้ในชนบท เกิดความเข้มแข็งในระบบการผลิตด้านการเกษตรแบบพึ่งตนเอง และนำไปสู่ความสามารถในการพึ่งตนเองของชุมชน พร้อมกับการถักสานเกลียวสัมพันธ์ดั้งเดิมของชุมชนให้เหนียวแน่นจากความสมเหตุสมผลในการทำธุรกิจกับคุณงามความดีและความสมานฉันท์ของสังคม

ธุรกิจชุมชนเป็นแนวทางหนึ่งในการยกระดับรายได้ ชีวิตความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของชาวบ้านหรือเกษตรกรในชนบทที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่เป็นกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดของประเทศ หากกลุ่มชาวบ้านหรือกลุ่มเกษตรกรเหล่านี้มีรายได้สูงขึ้นจะส่งผลกระทบด้านบวกต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยในการประกอบธุรกิจชุมชนควรมุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจชุมชนแบบพึ่งตนเอง ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัตถุดิบในชุมชนโดยคนในชุมชนเพื่อคนในชุมชน

จะเห็นได้ว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยมีความหลากหลายสาขา โดยมีปราชญ์ชาวบ้านเป็นผู้ที่สั่งสมความรู้ด้านต่างๆและมีการเรียนรู้และถ่ายทอดกันมาจากบรรพบุรุษสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน นับว่าเป็นการเรียนรู้ตามอัธยาศัยที่เป็นมรดกตกทอดกันมา แล้วแต่ใครจะสนใจในสาขาไหน ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นจะมีอยู่มากมายทั่วทุกตำบล ทุกภาคของประเทศ แต่ปัจจุบันนับวันจะหมดไป เพราะคนรุ่นใหม่ไม่เห็นคุณค่า เป็นหน้าที่ของรัฐและบุคคลหลายฝ่ายต้องหันมาสนใจ และรณรงค์ ความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย เพราะฐานสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยที่ถดถอยให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้โดยสร้างธุรกิจชุมชนให้เข้มแข็ง เพื่อให้ประชาชนไทยสามารถที่จะทำมาหากินเลี้ยงชีพอยู่ได้อย่างมีความสุข

แนวคิดการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนต้องศึกษาและวางแผนอย่างรอบด้าน

การสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากการวางเป้าหมาย เส้นชัย และวิสัยทัศน์ในระยะยาว อย่างที่เราเห็นว่าธุรกิจองค์กรต่างๆ มักมีการวางแผนล่วงหน้า 3-5 ปี ซึ่งเป้าหมายนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าในช่วง 3 ปีข้างหน้าธุรกิจของเราจะต้องเติบโตเท่าใดหรือมีบทบาทอย่างไรต่อสังคม จากนั้นจึงวางกลยุทธ์ต่อไปจากนั้นว่าเราต้องใช้เส้นทางใด รวมทั้งวางเป้าหมายทางธุรกิจของเราว่าต้องอยู่จุดใดในปีหน้าหรือเดือนหน้า

ข้อที่สอง ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในการทำธุรกิจไม่ได้อยู่ที่เราก้าวไปข้างหน้าได้เร็วกว่าใคร แต่อยู่ที่เราสามารถทำตามเป้าหมายเล็กใหญ่ที่วางไว้ได้หรือไม่

ข้อที่สาม ประเมินและเข้าใจศักยภาพของตัวเองเสมอ แน่นอนว่าการที่ธุรกิจของเราจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้นั้น เราต้องรู้กำลังและสภาพพื้นฐานของธุรกิจของเราด้วย ความเข้าใจ รู้ลึกรู้จริงในธุรกิจของเราจะทำให้เราสามารถปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม เหมือนกับการวิ่งมาราธอนที่มีอุปสรรค ทั้งสภาพอากาศ พื้นผิว และเกิดอุบัติเหตุเกิดได้เสมอ นักวิ่งจึงต้องปรับแผนการวิ่งให้เหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะหน้า

สุดท้าย การเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งสำคัญมากทั้งในสนามแข่งและสนามธุรกิจ ก่อนลงสนามแข่งนักวิ่งต้องเตรียมร่างกายให้มีความพร้อมถึงขีดสุดเพื่อคว้าชัยชนะและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ไม่ต่างอะไรกับการสร้างธุรกิจ เมื่อตัดสินใจเริ่มต้น ผู้ประกอบการจะต้องวางแผนเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุดในทุกด้าน และเตรียมรับมือความเสี่ยงทางธุรกิจด้วยเช่นกัน

ธุรกิจ ชีวิต และมาราธอนนั้นไม่ใช่การวิ่งระยะสั้นเหมือนวิ่งแข่ง 100 เมตรที่สามารถมองเห็นเส้นชัยและอุปสรรคทุกอย่างบนลู่วิ่งได้จากจุดเริ่มต้น แต่เป็นการเริ่มเดินไปบนเส้นทางที่ไม่สามารถมองเห็นจุดหมายได้จากจุดแรกเริ่ม โดยที่ผู้ชนะไม่ได้ตัดสินกันที่เราต้องไปเร็วกว่าหรืออึดกว่าใคร แต่อยู่ที่เราสามารถเดินตามเป้าหมายในระยะยาว ได้ตรงกับแผนที่วางไว้รึเปล่าเท่านั้นเอง

การศึกษาประเภทธุรกิจในการลงทุนสำหรับประเทศมีลักษณะเสรีและเป็นประเทศทุนนิยม

ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีธุรกิจจากนานาประเทศเข้ามาลงทุน ทั้งโดยการชักชวนจากรัฐบาลและโดยการที่กิจการเหล่านั้นเห็นโอกาสที่จะพึงขยายธุรกิจของตนในรูปแบบต่างๆในต่างประเทศ ในขณะที่มีธุรกิจไทยจำนวนไม่มากที่มีโอกาสไปดำเนินงานในต่างประเทศและประสบความสำเร็จมีผลประกอบการที่ดี สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างธุรกิจของประเทศต่างๆและเป็นที่น่าสนใจว่าเหตุใดบางประเทศจึงประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ และบางประเทศจึงไม่ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้แล้วถ้าพิจารณาให้ดีถึงในระดับมหภาคก็จะพบว่าแม้นักการเมืองหรือนักวิชาการจำนวนมากก็ยังสับสนกับการดำเนินงานของธุรกิจระหว่างประเทศที่มาจากต่างประเทศ กล่าวคือการที่ประเทศไทยเป็นประเทศเปิดมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทำให้ประเทศมีลักษณะเสรีและเป็นประเทศทุนนิยม มีการลงทุนของธุรกิจจากต่างประเทศจำนวนมากซึ่งก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ การดำรงชีวิตของประชาชนในประเทศที่มิได้อิงกับการเกษตรและผลผลิตในครัวเรือนดังเช่นแต่ก่อน แต่ต้องไปอิงกับการทำงานในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมและบริการเพิ่มมากขึ้น

เนื่องจากธุรกิจไทยเองไม่ประสบความสำเร็จในด้านการลงทุนขนาดใหญ่มากพอที่จะรองรับแรงงานทั้งในส่วนที่มีการศึกษาสูงและการศึกษาระดับพื้นฐาน ทำให้รัฐบาลต้องชักชวนธุรกิจจากประเทศอื่นให้เข้ามาลงทุนในประเทศ เพื่อก่อให้เกิดการไหลเข้าของเงินทุน การจ้างงานและผลผลิตออกสู่ตลาดโลก แต่ก็มีคนจำนวนมากที่กลัวธุรกิจจากต่างชาติเหล่านั้นและต่อต้าน ซึ่งเป็นความสับสนและขัดกันเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือผลจากการพัฒนาการศึกษาของประชาชนและพัฒนาการทางด้านมาตรฐานการยังชีพทำให้ประชาชนต้องเข้ามาสู่ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และภาคธุรกิจอุตสาหกรรมนั้นต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติทั้งด้านเงินทุน การบริหารจัดการและเทคโนโลยี แต่กลับมีผู้พยายามต่อต้านและสร้างกระแสชาตินิยมขึ้นทำให้ขัดกับโลกของความเป็นจริงที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่เป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับพม่าซึ่งปิดประเทศมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ประชาชนยังผูกพันกับเศรษฐกิจและการยังชีพแบบดั้งเดิม ทำให้ประชาชนยังไม่ต้องพึ่งพิงการลงทุนจากกต่างชาติมากนักซึ่งต่างจากสถานะของประเทศไทยในปัจจุบันมาก สิ่งหนึ่งซึ่งควรจะสร้างให้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้แก่ทำอย่างไรธุรกิจของไทยจึงจะสามารถออกไปแข่งขันในต่างประเทศได้ รวมทั้งแข่งขันหรือร่วมมือกับธุรกิจจากต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศด้วยวิธีบริหารจัดการที่ทันสมัยได้ มิใช่การสะกัดกั้นหรือต่อต้านธุรกิจจากต่างชาติเพราะกลัวสู้ไม่ได้โดยอาศัยกระแสชาตินิยม ซึ่งจะเป็นผลเสียหายต่อประเทศมากเมื่อมองในภาพรวมในระยะยาวแล้ว ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการที่ธุรกิจจะสามารถออกไปดำเนินงานในต่างประเทศได้แก่การที่ผู้บริหารมีความต้องการที่จะนำธุรกิจของตนเข้าสู่ธุรกิจระหว่างประเทศ

ทางการทำธุรกิจของตนเองเปิดโอกาสในการทำธุรกิจของคุณให้ประสบผลสำเร็จ

ได้รวบรวมแนวทางการทำธุรกิจของตนเอง และความรู้จากการอ่าน แม้กระทั้งแนวความคิดในการทำธุรกิจจากเพื่อนๆ ที่เป็นนักธุรกิจด้วยกัน มาไว้ที่นี่ แต่ต้องขอออกตัวก่อนนะว่า  ไม่ใช่นักธุรกิจที่เก่งกาจอะไรนัก เพียงแต่ชอบศึกษาและนำไปปติบัติ และลองผิดลองถูกมาโดยตลอด ธุรกิจที่ มีอยู่ในมือนั้น หลายๆ ธุรกิจเป็นธุรกิจขนาดเล็กไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ผลกำไรเป็นที่น่าพอใจ และธุรกิจทุกตัวไม่มีหนี้สินเลยแม้แต่บาทเดียว เพราะธุรกิจทุกอย่างใช้หลักการเดียวกันหมด นั้นคือ ถ้าคุณอยากทำธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ คุณต้องเรียนรู้ธุรกิจนั้นๆ ให้ลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่พอรู้และอยากทำเท่านั้น เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วมันจะยิ่งทำให้เป็นอุปสรรค และทำให้ธุรกิจของคุณล้มเหลวแบบไม่เป็นท่า

คนเราไม่ได้รู้อะไรเสียทุกอย่าง หรือบางครั้งทำเป็นไม่รู้เสียบ้าง เพื่อที่จะได้รับฝังความรู้ หรือความคิดของผู้อื่น และนำมาปรับใช้กับธุรกิจของเรา แต่ถ้าคุณไม่ฟังผู้อื่นเลย แล้วคิดว่าเราเก่งแล้ว หรือรู้มากแล้ว คุณมันก็เหมือนกับ น้ำเต็มแก้ว ไม่ว่าใครจะเติมน้ำลงในแก้วเท่าไรมันก็ไหลทิ้ง เพราะแก้วของคุณมันมีน้ำเต็มแล้ว ดังนั้นทำเป็นโง่บ้างก็ดีนะไม่น่าอายหลอก คุณต้องหัดเป็นคนที่ชอบอ่านให้ติดเป็นนิสัย เพราะความรู้มีอยู่มากมายในโลกนี้ จะเรียนเท่าไรก็เรียนไม่หมด มันจะมีความรู้ใหม่ๆ มาทำให้เราตื่นเต้นอยู่เสมอ ไม่ว่าหนังสืออะไรก็มีประโยชน์ทั้งนั้น เมื่อคุณได้อ่านหนังสือ หรือติดตามข่าวทั่วๆ ไป คุณก็จะรู้ความเคลื่อนไหวของตลาด แล้วคุณก็สามารถหาช่องทาง หรือโอกาสในการทำธุรกิจของคุณให้ประสบผลสำเร็จได้ไม่ยากนัก สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะสามารถทำให้คุณประสบความสำเร็จในธุรกิจของคุณเอง การที่เราได้พูดคุยกับคนที่ทำธุรกิจเดียวกัน หรือกับผู้รู้ต่างๆ มันทำให้เราได้ความคิดใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับธุรกิจของเรา แต่เราต้องเป็นผู้ฟังที่ดีด้วยนะ ไม่รู้ก็ต้องถามอย่างไปอาย หรือกลัวเขาว่าเราไม่เก่ง ถึงแม้จะโดนหัวเราะใส่บ้างแต่ก็ไม่สำคัญอะไร เพราะสิ่งที่เราจะได้กลับมานั้นมันคือ ประสบการณ์และความรู้ซึ้งเราหาซื้อไม่ได้