มาดูผลิตภัณฑ์ที่นิยมนำเข้าสินค้าจากจีน

เวลานี้กุศโลบายนำเข้าสินค้าจากจีน มาทำการค้าในประเทศสยามนั้นธรรมดาๆเหมือนในเวลาก่อนแล้ว อันเนื่องด้วยวิถีทางการโทรสารแบบออนไลน์นั่นเอง ครั้นแล้วหากคุณกำลังคลำสินค้านำเข้าจากจีน ที่จะนำมาทำการค้าในสยาม แต่ยังไม่รู้ว่ากลุ่มไหนที่น่าหลงใหลหรือน่าจะจัดจำหน่ายดีแล้ว ขอเล่า 5 สินค้านำเข้าจากจีน ที่ขายดี และคุณควรเลือกสรรนำเข้ามาวางขายในไทย มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1.ผลิตภัณฑ์กองอุปกรณ์การสื่อสาร

ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าวันนี้ อุปกรณ์การสื่อสาร เปลี่ยนไปเป็นข้อสำคัญประการที่ 5 ของชาวไทย เรียกว่าแทบจะเป็นการแทนอัตลักษณ์ความเป็นตัวตนของคนนั้นๆไปเลย ด้วยเหตุนั้นสินค้านำเข้าจากจีน กลุ่ม Accessories ที่ด้วยเครื่องมือสื่อสาร เช่นเคสโทรศัพท์ สายชาร์ต Power Bank หรืออื่นๆ เป็นต้น เรียกว่าหากนำเข้าสินค้าจากจีน มาซื้อขายในไทยแล้ว เป็นหมด ๆ แต่

2.ของซื้อของขายแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า

ของซื้อของขายกลุ่มนี้เชื่อว่าชาวไทยนั้นสัมผัสกันมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว อาทิอาทิเช่นเครื่องคิดเลข เป็นอาทิ ด้วยว่าการนำเข้าสินค้าจากจีนในกลุ่มนี้นั้น ก็สามารถค้าได้ดีในเมืองไทยเช่นกัน เป็นต้นว่า เครื่องเล่นดีวีดี หรือเครื่องเล่นวีดิโอเกมส์ รวมถึง Accessories มี หากคุณอยากทราบว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ราคาถูกแค่ไหน อาจไปลองเดินดูที่แถวๆ กวางตุ้ง หรือเซี่ยงไฮ้ก็ได้

3.ของซื้อของขายกลุ่มเครื่องกระเบื้อง

อีกหนึ่งกลุ่มของซื้อของขายนำเข้าจากจีน ที่ขายเป็นเทน้ำเทท่าคือกลุ่มของผลผลิตเครื่องกระเบื้องทั้งถ้วย โถ โอชามบรรดา แจกัน หรือแม้แต่จนถึงในเรื่องของหยก ที่มีความขึ้นชื่อลือชาว่าจะต้องมาจากเมืองจีนเท่านั้นจึงจะถือว่ามีคุณลักษณะ และก็ได้รับแบบอย่างมากเลยนะครับ หรืออาจเป็นพวกไม้แกะสลักเป็นอาทิ

4.ของซื้อของขายกลุ่มเสื้อผ้าอาภรณ์

ด้วยผลิตภัณฑ์นำเข้าจากจีน ที่ถือว่าได้รับสมัยนิยมเป็นการใหญ่ในตลาดไทยคือเรื่องของอาภรณ์ รองเท้า ย่ามนั่นเอง ที่ถือว่ามีการจัดจำหน่ายออนไลน์ผ่านร้านในแฟนเพจต่างๆเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าสมมติว่าคุณนั้นมีความชื่นชมในเรื่องของสินค้าเหล่านี้แล้ว ก็สามารถนำสินค้านำเข้าจากจีนในกลุ่มของเครื่องแต่งตัวเข้ามาแลกเปลี่ยนได้ครับ เป็นพิเศษกลุ่มชุดออกเรือน ตอนนี้ได้รับแฟชั่นมาก

5.ของเล่นแปลกๆ

เชื่อว่าถ้าคุณเคยไปเดินตลาดนัด เป็นไปได้เห็นของเด็กเล่นที่มีโครงหน้าแปลก และรวมถึงอากาศยานไร้คนขับอย่าง โดรนด้วย ทั้งหมดนั้นส่วนมากเป็นสินค้านำเข้าจากจีนทั้งสิ้น เพราะเช่นนั้นคุณสามารถจับกลุ่มตลาดนี้แล้วทำการขายของซื้อของขายในไทย โดยการออกตัวตามตลาดนัดก็ได้

 

การเชื่อมต่อวาล์ว

การเชื่อมต่อของวาล์วแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ การเชื่อมต่อด้วยเกลียว การเชื่อมต่อด้วยหน้าแปลน และ การเชื่อมต่อด้วยการเชื่อม

การเชื่อมต่อด้วยเกลียว (Threaded)

เนื่องจากรอยต่อลักษณะนี้มีเส้นทางการไหลมากจึงต้องใช้สารกันรั่ว หรือ ซีลแล็นท์ (Sealant) ปิดตามเส้นทางการรั่วไหลนี้ ถ้าโครงสร้างของตัวเรือนวาล์วสามารถเชื่อมได้อาจทำการเชื่อมปิดผนึกด้วยก็ได้ สำหรับวาล์วที่เชื่อมต่อด้วยเกลียวมักมีขนาดไม่เกิน 2 นิ้ว เนื่องจากวาล์วที่มีขนาดใหญ่การปิดเส้นทางการรั่วไหลสามารถทำได้ยาก

การเชื่อมต่อด้วยหน้าแปลน (Flanged)

การเชื่อมต่อประเภทนี้มีข้อดีที่สามารถติดตั้งและถอดออกจากท่อได้ง่าย อย่างไรก็ตามวาล์วที่มีหน้าแปลนมีน้ำหนักวัสดุมากกว่าแบบเกลียวทำให้มีราคาที่แพงกว่า การเชื่อมต่อด้วยหน้าแปลนจะทำการยึดด้วยสลักเกลียวจำนวนมาก โดยแรงบิดที่ใช้ในการขันสลักเกลียวแต่ละตัวน้อยกว่าการบิดวาล์วประเภทเกลียวทำให้การเชื่อมต่อด้วยหน้าแปลนสามารถใช้ได้กับวาล์วทุกขนาดในทุกช่วงความดัน อย่างไรก็ตามการใช้งานที่อุณหภูมิมากกว่า 350๐C สลักเกลียว ปะเก็น และ หน้าแปลน จะมีอาการ Creep Relaxation คือวัสดุมีการยืดออกเมื่อได้รับแรงมากขึ้น ซึ่งถ้าแรงดันภายในระบบสูงรอยต่อหน้าแปลนจะมีความเค้นสูงทำให้อาจเกิดปัญหาการรั่วไหลได้

การเชื่อมต่อด้วยการเชื่อม (Welding)

การเชื่อมต่อด้วยการเชื่อมเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดเนื่องจากสามารถใช้งานได้ทุกช่วงความดันและอุณหภูมิ อย่างไรก็ตามการถอดออกและการติดตั้งด้วยวิธีนี้ทำได้ยากมาก ดังนั้นการใช้วาล์วแบบเชื่อมจึงนิยมใช้เฉพาะงานที่มีอุณหภูมิสูง หรือ งานที่ไม่ต้องการให้เกิดการรั่วไหลได้ สำหรับวาล์วที่มีขนาดไม่เกิน 2 นิ้ว มักออกแบบให้ปลายมีลักษณะเป็นเบ้าสำหรับเชื่อมซึ่งรับกับปลายท่อเรียบ แต่เนื่องจากการเชื่อมแบบเบ้าก่อให้เกิดรอยแยกระหว่างเบ้าและท่อ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่อาจเกิดการกัดกร่อนที่รอยแยก

 

เมื่อเปิดการค้าเสรี AECธุรกิจน่าสนใจ ปี 2558

1. ธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ จากข้อมูลสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าอัตราผู้สูงอายุในไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นสินค้าเกี่ยวกับผู้สูงอายุจึงมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งสถานพยาบาลต่างๆก็จะมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นด้วย
สินค้าและบริการที่กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุ จึงเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมาก ถือเป็นอันดับต้นๆในขณะนี้ นึกออกหรือยังว่า สินค้าที่ผู้สูงอายุจำเป็นต้องใช้ หรืออยากจะใช้มีอะไรบ้าง

2. ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ และความงาม เนื่องจากปัจจุบันผู้คนทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น หากดูข้อมูลเชิงสถิติจากกระทรวงพานิชย์แล้วจะพบว่า ยอดขายสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ ความงาม อาหารเสริมต่างๆ ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ไทยยังเป็นทั้งแหล่งผลิตและนำเข้าสินค้าสุขภาพที่ได้มาตรฐานและมีความเจริญด้านสาธารณสุขในระดับแนวหน้าของภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นโอกาสที่จะขยายตลาดออกไปยังต่างประเทศจะทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้นเมื่อเข้าสู่ AEC (ความจริงมีผู้ประกอบการหลายรายลงมือลุยตลาดประเทศเพื่อนบ้านเราไปตั้งนานแล้ว) สินค้าด้านสุขภาพและความงามของไทยเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศใน AEC รวมทั้งลูกค้าชาวจีนด้วย นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย พร้อมกับต้องการที่จะมาใช้บริการทางด้านสุขภาพและความงามไปในตัว

3. ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) เป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่พ่วงกิจกรรมด้านสุขภาพไว้ด้วย การท่องเที่ยวในรูปแบบนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามกระแสการเอาใจใส่ดูแลด้านสุขภาพ ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน และหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียรวมทั้งประเทศไทย ต่างให้การส่งเสริมการขยายตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สำหรับประเทศไทยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนับเป็นช่องทางสำคัญที่สามารถเพิ่มพูนรายได้จำนวนมากเข้าประเทศ และมีโอกาสที่จะขยายตลาดรวมทั้งการลงทุนได้อย่างกว้างขวาง เมื่อมีการเปิดเสรีภาคบริการของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทั้งนี้โดยอาศัยความได้เปรียบด้านค่าใช้จ่ายในบริการทางการแพทย์ที่ถูกกว่า ด้วยมาตรฐานการรักษาในระดับสากล และความพร้อมในด้านทรัพยากรการท่องเที่ยว รวมทั้งบริการรองรับด้านการท่องเที่ยว

4. ธุรกิจอาหารราคามหาชน เนื่องจากเศรษฐกิจและสังคมเมืองที่มีอัตรการเติบโตขึ้นต่อเนื่อง วิถีชีวิตของคนเมืองที่ต้องรีบเร่งไปทำงาน การจราจรติดขัด ทำให้เวลาส่วนตัวน้อยลง อาหารที่ราคาถูกคุ้มค่า อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน เหมาะสำหรับคนทำงานประจำ จึงเป็นธุรกิจน่านสนใจในปี 2558 และในอนาคต สังเกตได้จากร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 มีอาหารสำเร็จรูป นำมาอุ่นในเตาไมโครเวฟพร้อมทานออกมาขายเป็นจำนวนมากและขายดีด้วย อีกทั้งต้นทุนในการเข้าสู่ธุรกิจอาหารยังต่ำ จึงยิ่งน่าสนใจสำหรับผู้มีทุนน้อย

5. ธุรกิจแฟรนไชส์ การเลือกลงทุนทำธุรกิจกับแฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงดีอยู่แล้ว ช่วยย่นเวลาในการบุกเบิกตลาดได้ เป็นธุรกิจที่น่าสนใจลงทุน หากแฟรนไชส์นั้นๆ มีระบบการจัดการที่ดี สามารถสร้างแบรนด์ให้ผู้บริโภคจดจำและเชื่อมั่นได้ ไปที่ไหนก็พบเจอสินค้า สามารถซื้อสินค้าและบริการนั้นได้ เกิดความเคยชินกับสินค้าและบริการแล้ว ผู้ร่วมธุรกิจเมื่อซื้อแฟรนไชส์มาแล้วจึงสามารถขายสินค้าและบริการได้ทันที แม้บางธุรกิจอาจจะกำไรน้อยกว่าทำเองแต่โอกาสอยู่รอดก็มีมากกว่า แต่ทั้งนี้ต้องเลือกลงทุนกับแฟรนไชส์ที่ดีเท่านั้น ต้องศึกษาอย่างระเอียดรอบคอบก่อนลงทุน

6. ธุรกิจการศึกษาเป็นอีกธุรกิจที่น่าลงทุนในปี 2558 และอนาคตที่จะเปิดเออีซี เพราะเมื่อมีแรงงานที่เปิดเสรีมากขึ้น การแข่งขันมากขึ้น ดังนั้นแล้วการศึกษาจึงสำคัญอย่างมาก ดังนั้นแล้วธุรกิจการศึกษาจึงต้องมีการแข่งขันและเป็นที่ต้องการของผู้คนที่ต้องการส่งบุตรหลานให้เรียนเพื่อสร้างโอกาสของตัวเองให้สูงขึ้น ธุรกิจด้านการศึกษาจึงน่าสนใจทีเดียว

7. ธุรกิจรีไซเคิลขยะ
เนื่องจากปัจจุบันการเติบโตของเมือง อุตสาหกรรมต่างๆ ขยายตัวอย่างมาก ทำให้เกิดของเสีย ขยะ ตามมามากมายหลายชนิด ต้องหาวิธีจำกัดหรือนำมาใช้ใหม่ ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสของผู้ที่สนใจลงทุนเป็นอย่างมาก ปัจจุบันยังมีผู้ประกอบการด้านนี้น้อย การจัดการของเสียอันตรายบางประเภทถึงกับไม่เพียงพอเลยก็มี หรือแม้แต่ขยะในบ้านเรายังเป็นปัญหาดังเป็นข่าวที่ผ่านมา

8. ธุรกิจพลังงานสีเขียว จากปัญหาเรื่องน้ำมันในตลาดโลกมีราคาแพงและประเทศไทยต้องเสียเงินตราต่างประเทศในการนำเข้าน้ำมัน ประกอบกับอัตราการใช้น้ำมันของประเทศไทย โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กล่าวคือ ความต้องการน้ำมันดีเซลเป็นปริมาณ 9,928 ล้านลิตร ในปี พ.ศ. 2533 และเพิ่มเป็น 18,273 ล้านลิตร ในปี พ.ศ. 2547 หรือเพิ่มขึ้นด้วยอัตราเฉลี่ยร้อยละ 4.5 ต่อปี การส่งเสริมและสนับสนุนใช้น้ำมันพืชซึ่งเป็นผลิตผลทางการเกษตรที่สามารถผลิตได้เองในประเทศมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน เป็นการรักษาเงินตราต่างประเทศ สร้างความมั่นคงและสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานของประเทศ อีกทั้งยังช่วยสร้างตลาดที่มั่นคงให้กับผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย

ธุรกิจพลังงานสีเขียวทางเลือกใหม่ให้กับประเทศ

61เนื่องจากประชากรโลกมีการตื่นตัวในเรื่องของปัญหาสภาพสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลังงานอย่างมหาศาลทั้งในภาคครัวเรือนและอุตสหากรรม อีกทั้งการมีอยู่จำกัดของทรัพย์กรที่นำมาใช้ผลิตพลังงาน ทำให้ต้นทุนมีราคาสูงขึ้นตามมาด้วย พลังงานทดแทนประเภทหมุนเวียนที่ใช้แล้วเกิดขึ้นใหม่ได้ตามธรรมชาติซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจึงเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะเป็นพลังงานที่สะอาด ปราศจากมลพิษ และเป็นพลังงานที่มีศักยภาพสูง ซึ่งกลุ่มธุรกิจพลังงานสีเขียวและพลังงานทดแทนเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีเป้าหมายเพื่อต้องการกระตุ้นให้ผู้บริโภคและประชาชนหันมาให้ความสนใจในการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น พลังงานสีเขียวจะเป็นพลังงานทางเลือกใหม่ให้กับประเทศในอนาคตมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้ประเทศพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ดังนั้นหากต้องการที่จะเห็นพลังงานสีเขียวพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกๆฝ่ายอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

ธุรกิจสีเขียวก็ยังคงเป็นหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการดำเนินธุรกิจของหลากหลายบริษัท ท่ามกลางข่าวร้ายเรื่องการสูญเสียธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยังคงได้ยินอยู่บ่อยๆ การทำธุรกิจสีเขียวจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ธุรกิจนั้นปรากฏถึงจุดยืนด้านเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่โดดเด่นท่ามกลางคู่แข่งได้เป็นอย่างดี และการนำเสนอการโฆษณาสินค้าสีเขียวนั้นก็ยังคงทรงพลังต่อผู้บริโภคอยู่เสมอ และอีกด้านหนึ่งธุรกิจสีเขียวนั้นหมายถึงการใช้และบริหารทุกทรัพยากรให้ถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่า เคียงคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อธุรกิจ และภาพพจน์อันดีต่อสังคมชุมชนที่ได้รับการจัดการที่ดีขึ้นควบคู่กันไปด้วย

การหันมาใช้พลังงานสีเขียว

1.เหมาะกับเป้าหมายในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และตรงกับมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมเชิงระบบขององค์กรระบบหนึ่ง
2.แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาสภาพแวดล้อม
3.เป็นการนำวาระท้องถิ่นและวัตถุประสงค์ของการพัฒนาที่ยั่งยืนมาใช้ในภาคปฏิบัติ
4.เป็นการสร้างงานในด้านการให้ความช่วยเหลือและส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
5.เพิ่มความปลอดภัยและลดการผันผวนที่เกิดขึ้นกับแหล่งพลังงานธรรมชาติ
6.พัฒนาคุณภาพสภาพอากาศ
7.หลีกเลี่ยงการลงโทษทางการเงินสำหรับการใช้พลังงานที่ก่อมลพิษ

การศึกษา กลยุทธ์การตลาดภายในร้านค้าปลีก

เครื่องมืออย่างหนึ่งที่ร้านที่ร้านค้าปลีกเช่นพวก ดิสเคาท์สโตร์ หรือ ไฮเปอร์มาร์เกต ซุปปอร์มาเกตหรือร้านสะดวกซื้อ ชอบใช้กันก็คือวิธีการบริหารจัดการหมวดหมู่สินค้าในร้านที่เรียกว่า แคธิกอรี่แมนเนจเมนต์ (Category Management) หรือที่ในวงการเรียกกันว่า แคทแมน (Cat. Man.) สาเหตุใหญ่สองประการที่ร้านค้าปลีกได้นำเอาแนวคิดของแคธิกอรี่ แมนแนจเมนต์มาใช้ก็คือ

1. การแข่งขันที่มีรุนแรงมากขึ้นในตลาดค้าปลีก ทำให้สินค้านั้นกระจายอยู่ทั่วตลาด
2. ความสับสนในการจับจ่ายของผู้บริโภคในช่องทางจัดจำหน่าย ไม่แน่ใจว่าควรจะซื้อสินค้าที่ไหนดี

เกิด อะไรขึ้นในตลาดจึงทำให้ผู้บริโภคสับสนในตัวของช่องทางการจัดจำหน่าย หากลองสังเกตดีๆ ก็จะพบว่าปัจจุบันลูกค้านั้นมีความสับสนในการซื้อสินค้าเนื่องเพราะในสมัย ก่อนนั้นร้านค้าที่ขายสินค้านั้นเคยแยกอยู่เป็นหมวดหมู่เช่นร้านขายยาก็ขาย สินค้าจำพวกยาและอุปกรณ์การแพทย์ ตลาดสดก็ขายสินค้าพวกอาหารสด ร้านขายเครื่องเขียนก็สินค้าเครื่องเขียน แต่ด้วยการแข่งขันกันแบบเอาเป็นเอาตายในธุรกิจร้านค้าปลีกนั้น ทำให้โรงงานหรือผู้ผลิตสินค้าเริ่มพยายามที่จะระบายสินค้าเข้าสู่ตลาดโดยไม่ จำกัดช่องทาง นั่นคือช่องทางไหนที่เข้าไปวางจำหน่ายได้และเกิดยอดขายก็ทำทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่นเราจะเห็นร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ในบ้านเรานั้นมีสินค้าประเภทอาหารขายมากขึ้นเรื่อยๆ หรือ ในแมคโครออฟฟิศก็ที่น่าจะเป็นสถานที่ขายสินค้าพวกอุปกรณ์และครื่องไม้ใช้สอย ในสำนักงานก็มีสินค้าจำพวกอาหารขายปะปนอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย ส่วนร้านซุปเปอร์มาเกตที่เน้นว่าจะขายสินค้าอาหารสด ก็มีอาหารปรุงสำเร็จหรือบางที่ก็มีร้านอาหารอยู่ข้างในเสียเลย สิ่งเหล่านี้แหละครับที่ทำให้ลูกค้าเริ่มสับสนเพราะตอนนี้สินค้าหลายๆชนิด นั้นสามารถหาซื้อได้ในร้านค้าในทุกรูปแบบ บางครั้งก็เกิดความสับสนว่าจะควรซื้อสินค้าในช่องทางไหนดีและเกิดคำถามว่าใน ช่องทางที่แปลกๆ ไม่เคยซื้อมาก่อนนั้นสินค้านั้นถึงแม้สินค้าจะเป็นแบรนด์เดียวกันแต่คุณภาพ จะเหมือนกันหรือไม่

การที่ร้านค้าจะลดความสับสนในการจับจ่ายของ ลูกค้าก็คือบริหารสินค้าในร้านค้าของให้เป็นหมวดหมู่ที่ชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคจดจำและง่ายที่จะซื้อสินค้า โดยการทำให้ผู้บริโภคนึกถึงสินค้าในสถานที่จัดจำหน่ายที่ควรจะเป็น และเมื่อไปก็มีสินค้านั้นขายแน่นอน มีขนาดสินค้าที่ต้องการ เมื่อเดินซื้อสินค้าก็ไม่เกิดความสับสนงุนงง แบ่งเป็นโซนที่ชัดเจน ร้านค้าหลายร้านหลังจากการทำแคธิกอรี่ แมนเนจเมนต์ ก็พบว่าร้านค้าในนั้นมีลูกค้ามาซื้อสินค้ามากขึ้น การบริหารสินค้าและสินค้าคงคลังก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น การบริหารระบบการหมุนเวียนของสินค้ามีมากขึ้นและแน่นอนสิ่งเหล่านี้ส่งผลถึง กำไรที่มากขึ้นตามไปด้วย