การทำการตลาดในธุรกิจการศึกษา

ทุกวันนี้ “การตลาด” (Marketing) มีความสำคัญในทุกๆ องค์กรไม่เว้นแม้แต่ในธุรกิจการศึกษา เพราะมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐบาลและเอกชนมีแนวโน้มในการชิงส่วนแบ่งทางการตลาดที่สำคัญ ได้แก่จำนวนนักศึกษาที่เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย จนทำให้เกิดการทำตลาดในธุรกิจการศึกษา (Educational Marketing) โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการด้านการสื่อสาร ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความสำเร็จของมหาวิทยาลัยทั้งรัฐบาลและเอกชน โดยมี “สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาแห่งชาติ หรือ สกอ.” เป็นผู้ประเมิน

มหาวิทยาลัยในประเทศไทยมีอยู่มากมายแล้วเราจะเลือกเรียนที่ไหนดี บางคนอาจเลือกตามเพื่อน หรือเลือกตามพ่อแม่ ดังนั้นแต่ละมหาวิทยาลัยจึงจำเป็นต้องมีการกำหนด “สาร” (Message) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาดที่ส่วนใหญ่จะบอกแต่ “ข้อดี” ที่ต้องการสื่อให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ว่า มหาวิทยาลัยเด่นในด้านใดบ้าง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอีกหนึ่งแห่งซึ่งถึงแม้จะเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมาตั้งสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ก็ยังต้องทำการตลาดเช่นเดียวกัน โดยมีกำหนด “สาร” ว่าเป็น “มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับนานาชาติที่มีความก้าวหน้าทางวิชาการ และเป็นศูนย์กลางการจัดการและสร้างระบบการสื่อสารที่ทันสมัย” โดยได้สร้าง “ห้องข่าวออนไลน์” (Online Press Room) และประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ซึ่งรับผิดชอบดูแลโดย “ศูนย์การสื่อสารนานาชาติแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”(Chula International Communication Center:CICC)

นอกจากหลักสูตรแล้ว สื่อก็สำคัญ เพราะเป็นตัวกลางในการสื่อสารจากตัวมหาวิทยาลัยไปยังพวกนักเรียนม.ปลายที่กำลังคิดจะเรียนต่อ และที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ บรรยากาศที่ส่งเสริมรวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้

เห็นไหมว่า ปัจจัยที่ทำให้นักศึกษาเลือกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมีอยู่มากมายทั้ง “หลักสูตร” ที่ต้องตอบสนองความต้องการของนักศึกษาให้ได้ และ “อาจารย์ประจำหลักสูตร” ก็ต้องสร้างความน่าเชื่อถือในการสอน รวมไปถึง “สิ่งแวดล้อม” จำพวกอาคารสถานที่, ต้นไม้อันร่มรื่น และ “บรรยากาศที่มนุษย์สร้างขึ้น” ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมมหาวิทยาลัยดังๆ หน่วยกิตแพงๆ ถึงมีแต่คนแห่กันไปเรียน ทั้งนี้เพราะนักศึกษาจะรู้สึกว่า ถ้าได้เรียนที่นั่นแล้วก็จะมีหน้ามีตาในสังคม

ที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนแล้วแต่ “ข้อดี” ที่แต่ละมหาวิทยาลัยสื่อออกมาผ่าน “ช่องทางในการสื่อสาร” (Channel)ไม่ว่าจะเป็นทาง วิทยุ, โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์รวมถึง “สื่อสังคมออนไลน์” (Social Network) ซึ่งช่องทางเหล่านี้ผู้ประกอบการด้านธุรกิจการศึกษายังควบคุมได้ว่าจะให้”สาร” แบบไหนออกมา แต่มีอีกหนึ่งช่องทางที่ต้องระวังนั่นก็คือ “การพูดแบบปากต่อปาก” (Word of Mouth) เพราะถ้ามหาวิทยาลัยทำสิ่งที่เป็น “ข้อเสีย” แล้ว คนไปบอกต่ออาจมีการใส่สีตีไข่ทำให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแย่ลงก็เป็นได้

ดังนั้นมหาวิทยาลัยแต่ละที่จะกำหนด “สาร” ได้ดีเพียงใด แต่ถ้าเลือกช่องทางในการสื่อสารที่ไม่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย การสื่อสารในครั้งนั้นก็อาจจะล้มเหลวได้

การแข่งขันเพื่อความเป็นหนึ่งด้านธุรกิจการศึกษาจึงเกิดขึ้นมากมาย

ทุกวันนี้การตลาดมีความสำคัญในทุกๆองค์กร

ไม่เว้นแม้แต่ในธุรกิจการศึกษา เพราะมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐบาลและเอกชนมีแนวโน้มในการชิงส่วนแบ่งทางการตลาดที่สำคัญ ได้แก่จำนวนนักศึกษาที่เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย จนทำให้เกิดการทำตลาดในธุรกิจการศึกษา โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการด้านการสื่อสาร ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความสำเร็จของมหาวิทยาลัยทั้งรัฐบาลและเอกชน ปัจจัยที่ทำให้นักศึกษาเลือกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมีอยู่มากมายทั้งหลักสูตรที่ต้องตอบสนองความต้องการของนักศึกษาให้ได้ และอาจารย์ประจำหลักสูตรก็ต้องสร้างความน่าเชื่อถือในการสอน หรือรวมไปถึงสิ่งแวดล้อม

นโยบายเรียนฟรี 15 ปีของรัฐบาล

ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับรายการหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียนและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ภาครัฐให้การสนับสนุนจึงสวนทางกับค่านิยมการศึกษาในปัจจุบัน ทั้งที่โรงเรียนในระบบมีการจัดกระบวนการเรียนการสอนที่สอดคล้องกบทิศทางและนโยบายทางการศึกษาของชาติโดยจัดการศึกษาในวันและเวลาราชการและในโรงเรียนบางแห่งยังมีการจัดสอนเสริมให้กับนักเรียนอยู่แล้ว แต่ที่เรียนพิเศษ สถานที่ติวเตอร์ที่ทำธุรกิจการศึกษาก็ยังสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

เป้าหมายทางธุรกิจมักจะมุ่งไปสู่การพัฒนาองค์กรให้สามารถมีวัตถุดิบที่ดี มีกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ ลงทุนน้อยได้ผลผลิตสูง มีตลาดรองรับและสามารถทำผลประโยชน์ได้สูงสุด แต่เป้าหมายทางธุรกิจการศึกษามีความแตกต่างอย่างมาก เพราะวัตถุดิบนั้นเป็นมนุษย์ไม่ใช่วัตถุที่สามารถจะเลือกได้ให้เหมือนกันได้หมด ความแตกต่างหลากหลายของปัจจัยนำเข้าระหว่างธุรกิจ กับธุรกิจการศึกษาจึงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ปัจจัยนำเข้าของธุรกิจการศึกษาก็เป็นลูกค้าของสถาบันการศึกษาซึ่งต้องเสียเงินเข้ามารับบริการการศึกษา ธุรกิจการศึกษาจึงเป็นธุรกิจที่ซับซ้อน เป้าหมายธุรกิจการศึกษาจะต้องแตกต่างจากเป้าหมายทางธุรกิจ

หลายธุรกิจมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ

ปัจจุบันประเทศไทยได้รับการกล่าวขานกันว่า ระบบการศึกษาไม่ดีเท่าที่ควร เริ่มเป็นลำดับรองๆเพื่อนบ้านเราในหลายๆประเทศแล้ว สาเหตุอาจจะเกิดจากการวางนโยบาย การคิด การนำเสนอ ในต่างรูปแบบกันไปต่างๆนาๆ การเรียนในระบบโรงเรียนไม่เพียงพอกับความรู้ หรือแค่ไม่เพียงพอกับการแข่งขันเพื่อความเป็นหนึ่ง ธุรกิจการศึกษาจึงเกิดขึ้นมากมายในยุคปัจจุบันทั้งสถานที่เรียนพิเศษ สถานที่ติวเตอร์ที่ต้องจ่ายสตางค์เพื่อให้ได้มาแม้เอกสารสักแผ่น ทั้งที่อดีตการศึกษาของไทยจัดแค่ในวัด แหล่งที่สอนให้คนได้ทั้งความรู้และความดี ซึ่งแทบไม่มีค่าใช้จ่าย แต่สามารถสร้างคนที่มีความรู้ ความดี และมีภูมิปัญญาให้คนรุ่นหลังให้ระลึกถึงจวบจนปัจจุบัน

ธุรกิจในรูปแบบออนไลน์ที่สามารถทำรายได้มากมาย

การทำธุรกิจออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์

ในเวลานี้นั้นการทำธุรกิจออนไลน์ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะนออกจากที่จะสามารถอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการแล้วยังใช้เงินสำหรับการลงทุนที่น้อยกว่าอีกด้วย เนื่องจากเพียงแค่สร้างเว็บไซต์สำหรับขายของออนไลน์ขึ้นมาก็สามารถที่จะใสรายละเอียดและข้อมูลต่างๆของสินค้าหรือบริการที่เราขายภายในเว็บไซต์ของเราได้ทันที รวมถึงยังมีค่าบริการสำหรับสร้างเว็บไซต์ที่ถูกกว่าการไปเปิดหน้าร้านค้าตามสถานที่ต่างๆอีกด้วย หรือหากใครที่อยากได้เว็บไซต์สำหรับทำธุรกิจออนไลน์ที่สวยงามและใช้งานง่ายๆก้สามารถที่จะเลือกใช้งานร้านค้าออนไลน์มาเป็นช่วยสำหรับการปรับแต่งเว็บไซต์ของเราก็ได้เช่นกัน เพราะร้านค้าออนไลน์นั้นสามารถที่จะช่วยสร้างเว็บไซต์ให้เสร็จได้ภายในไม่กี่นาทีเท่านั้น โดยหากว่าใครที่ต้องการทำการตกแต่งเว็บไซต์เพิ่มเติมก็สามารถที่จะทำได้ง่ายๆด้วยตัวเอง เพราะเพียงแค่มีโปรแกรมตกแต่งรูปภาพง่ายก็สามารถที่จะสร้างเว้บไซต์ที่สวยงามออกมาใช้งานกับการทำธุรกิจออนไลน์ของเรากันได้เลย

และที่สำคัญนั้นการขายของออนไลน์ยังสามารถที่จะทำการโปรโมทเว็บไซต์ของเราให้เป็นที่รู้จักของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตรายอื่นๆได้ง่ายกว่าการขายของทั่วไปอีกด้วย โดยผู้ใช้งานร้านค้าออนไลน์สามารถที่จะเลือกช่องทางได้ทั้ง PPC, SEO และ Facebook ที่ต่างก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากไม่แพ้กันเลยทีเดียว แต่หากว่าเป็นการทำ SEO นั้นผู้ใช้งานสามารถที่จะทำการปรับแต่งเว็บไซต์ในส่วนต่างๆเพื่อให้รองรับได้ด้วยตนเอง ผ่านทางระบบ SEO ที่เป็นตัวช่วยสำหรับการสร้างเว็บไซต์ที่ง่ายที่สุด และยังสามารถติดอันดับในผลการค้นหาผ่านทาง Search Engine ในระยะยาวได้ง่ายๆอีกด้วย